- ตอนที่ 1 - เพียงเริ่มทาง -


สวัสดีครับ ห่างหายจาก blog ไปนาน
วันนี้เลยแวะมา up ซะหน่อยครับ
 
 
ตอนช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาไม่นาน
ผมได้จัด trip ไปบางกอกครับ
 
(ขออนุญาตใช้คำว่า "บางกอก" เพราะเรียกติดปากตั้งแต่เด็กกว่ากรุงเทพ ฯ)
 
 
โดยการวางแผนไปทัวร์ครั้งนี้
 
จะเป็นช่วงวันหยุดยาว 4 วัน  11 - 14 ก.ค. 57
 
 
เริ่มเดินทางตั้งแต่ 10 ก.ค. (หลังเลิกงาน)
ถึงบางกอกวันที่ 11 ก.ค.(อาสาฬหบูชา) 
 
และกลับรถไฟวันที่ 14 ก.ค. (หยุดชดเชย)
และถึงหาดใหญ่ วันที่ 15 ก.ค. (ลาพักผ่อน)
 

จุดประสงค์หลักในการเยือนครั้งนี้มี 2 อย่างด้วยกัน
 

1.ไปปั่นทัวร์สถาบัน ไปดูมหาวิทยาลัยต่างๆ
   ว่าการจัดการเรื่องระบบจักรยานเป็นอย่างไร
   เพื่อจะได้นำความรู้ที่แลกเปลี่ยนกลับไปใช้ในมหาวิทยาลัยตัวเอง
   (แต่ไปในนามส่วนตัว ใช้งบส่วนตัว)
 
 
2.ไปสถานที่ที่ขาแรงไปปั่นกัน
   (ขาแรง = นักปั่นที่มีกำลังขาดีเยี่ยม ปั่นจักรยานเร็วมาก)

ร่ายมาคร่าวๆ ถึงแนวคิดการทัวร์ครั้งนี้แล้ว เริ่มกันได้เลยครับ :)


--------------------------------------------

10 July 2014

หลังจากเลิกงานแล้ว ก็บึ่งกลับที่พัก
ไปเอาเป้กระเป๋าข้างในหลักๆ ก็มีพวกเสื้อผ้า,
กระเป๋าชุดซ่อมจักรยาน (ประแจ, ยางปะ, สูบลมมือ, โซ่ ฯลฯ), 
อุปกรณ์ IT notebook, สายชาร์จ ,power bank และอื่นๆ
 

รวมกระเป๋าทั้งหมดน่าจะประมาณ 10 กิโลกรัม 
จัดการมัดกับเบาะท้ายจักรยาน
 
จากนั้นก็ปั่นไปที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่
 
สำหรับตั๋ว ผมจองไว้ล่วงหน้าไว้ประมาณ 1 เดือน  
 
ขาไป - ขึ้นรถไฟชั้น 3 ขบวนด่วนทักษิณที่ 38 สุไหงโก-ลก - กรุงเทพ 
ขากลับ - ข้นรถไฟชั้น 2 พัดลมเตียงนอน ขบวนที่ 169 กรุงเทพฯ - ยะลา 
 
มาถึงสถานีรถไฟก็ประมาณ 17.20 น. 
 
 
เผื่อเวลาเพื่อจะจัดการทำเรื่องเสียค่าระวาง + ขนจักรยาน
 
 
ขบวนขาไป ตามกำหนดการออกเวลา 18.10 น.
แต่ก็สไตล์ รฟท. ครับ เสียเวลาเป็นเรื่องปกติ รถเข้า 19.20 น.
 
 
 
 
ช้าชั่วโมงนิดๆ คงไม่เป็นไรมากมั้ง
 
 
 
จากนั้นก็ติดต่อทำเรื่องเสียค่าระวาง
 
 
บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า
จักรยานขอลงนครปฐมนะครับ (คนก็ด้วย)
 
 
 
โดนเจ้าหน้าที่ตอกกลับมาว่า
 
 
"คุณๆ ตั๋วตีไปกรุงเทพฯ ก็ต้องลงกรุงเทพฯ สิ
จะให้ของลงนครปฐมได้ไง? ระเบียบเค้าเป็นแบบนี้!!!"
 
 
 
ผมเลยอธิบายไปว่าจุดประสงค์ว่าตอนแรกผมจะลงกรุงเทพฯ 
แต่ว่าเห็นนครปฐมมีที่เที่ยว แล้วอีกอย่างผมจองตั๋วไว้ล่วงหน้า 1 เดือน 
เพิ่งจะมาปรับกำหนดการใหม่ เลยต้องลงนครปฐม
 
 
ถ้าให้ลงกรุงเทพฯ ก็ต้องปั่นย้อนกลับมานครปฐม - ศาลายา
แล้วปั่นกลับเข้ากรุงเทพฯ อีกระยะทางเกือบ 120 โล
ปั่นย้อนไปมา กำหนดการมันก็รวนหมด
 
เจ้าหน้าที่บอกกลับมาว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวจัดการระบุใหม่ให้ได้
 
 
 
จากนั้นก็เสียค่าระวาง ค่าธรรมเนียมเสร็จสรรพ ประมาณ 120 บาท
 
 
คือจำไม่ค่อยได้แม่น
ที่จำไม่ค่อยได้เพราะหลักฐานทิ้งไปแล้ว
เดี๋ยวจะมีอธิบายว่าไปทิ้งตอนไหน ยังไง  
 
 
เนื่องจากโบกี้สัมภาระอยู่ข้างหน้า
แต่โบกี้นั่งอยู่ตู้ท้ายๆ ของขบวน
 
ผมกลัวยก ขึ้น-ลง ไม่ทันเลยเสียค่ายก ขึ้น-ลง  เพิ่มเติม
 
 
ถือว่าเพื่อซื้อความสะดวกแล้วกัน 
 
 
ค่าระวาง + ค่าจักรยานขึ้นลง ถ้าจำไม่ผิดประมาณ 170 บาท




พออกมาก็โดนเสีย "ค่าเข็นสัมภาระ"
 โดยบริษัทเอกชนที่ตั้งโตะอยู่ข้างหน้า - -" 
 
 
จำไม่ค่อยได้แล้วว่า 20 หรือ 30  บาท
 
 
 
นี่มันมัดมือชกนี่หว่า T_T
 
 
 
รวมเบ็ดเสร็จแล้วถ้าจำไม่ผิด ประมาณ 200 บาท
 
 
เสียอะไรฟะ??? เสียซ้ำเสียซ้อน!!! 
เสียค่ายกขึ้น-ลงไปกับ รฟท. ไปแล้ว ยังต้องเสียค่าเข็น?
 
 
เริ่มไม่ค่อยจะสบอารมณ์นิดหน่อย แต่ยังเก็บอาการอยู่
แต่ถือว่าเสียค่าอำนวยความสะดวกแล้วกัน 
 
 
 
 
 
ระหว่างที่รอรถไฟมา...
 
 
พี่อาคเณย์ หัวหน้าเครือข่ายจักรยานหาดใหญ่ ก็มามาส่งที่สถานีรถไฟ 
แต่พอเจอรถไฟเสียเวลาแล้ว เรื่องจักรยานฝากเจ้าหน้าที่เคลียร์เรียบร้อย
 
 
มีเวลาเหลือพอโต๋เต๋ เลยพาไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวก่อนไปครับ :)
 
 
 
กว่าจะถึงก็ชากว่าที่เสียเวลา + เพิ่มอีกประมาณ 20 นาที
จัดการขบวนนู้นนี่อีกประมาณ 30 นาที
 
แมร่งงงง...
ถ้ามารู้ว่าถ้ารถไฟจอดนานขนาดนั้นผมยกขึ้นโบกี้เองดีกว่า

แล้วกว่ารถไฟจะได้ออกก็ใกล้ๆ 2 ทุ่ม 
ตีว่าเสียเวลาอย่างน้อยๆ แล้วประมาณเกือบ 2 ชม.
 

"ทำกำหนดการที่วางแผนไว้รวนไปหมด"
 
 
ยังไม่รวมช่วงวิ่งระหว่างทางว่าจะเสียเวลาอีกแค่ไหน?
 
 
พอขึ้นรถไฟ ตู้นั่งชั้น 3
 
 
สิ่งแรกที่เห็นคือ 
 
 

"มันโล่งมาก โล่งแบบผิดปกติ" 

 
โบกี้นั้นมีคนนั่งประมาณ 7-8 คนได้
 
 
 
 
 
 
ไม่นึกว่าคนจะน้อยมากขนาดนี้ครับ
 
เพราะจากประสบการณ์ขึ้นรถไฟชั้น 3 ขบวนท้องถิ่นบ่อยๆ
ส่วนใหญ่แทบจะไม่มีที่นั่งเลยแล้วสมัยก่อน
 
ผมก็เคยนั่งชั้น 3 ไป - กลับบางกอก คนก็แน่นมาก มียืนโหนกัน
แต่เที่ยวนี้อึ้งไปเลย คือ โล่งแบบเลือกที่จะนั่งจะนอนตรงไหนก็ได้
 

นั่งไปได้พักใหญ่ๆ .....
 
 
 
ตำรวจรถไฟตรวจดูความเรียบร้อย
 
คุยกับผู้โดยสารคนนั้นที คนนู้นที ถ่ายรูปเก็บเป็นหลักฐานที
เจอต่างด้าวในขบวน เช็คนู้นนี้ ขอถ่ายรูป ขอดูหนังสือต่างด้าว
 
 
ผมนั่งใกล้ๆ กับผู้หญิงคนหนึ่ง 
 
ตำรวจรถไฟมาก็ถามไถ่ว่าผมมาด้วยกันหรือเปล่า?
 
 
พอผมตอบว่าเปล่าครับ 
 
จากนั้นผมก็ถามกลับไปว่าช่วงนี้ตรวจเข้มจัง 
มีปัญหาผิดปกติอะไรกับขบวนนี้หรือเปล่าครับ?
 
ในใจผมก็คิดว่า เพราะเพิ่งมีคดีน้องแก้มแน่ๆ เลยตรวจเข้มแบบนี้ 
 
 
ตำรวจรถไฟก็ตอบกลับประมาณว่า
 
 
"ก็ตั้งแต่มีข่าวนั่นแหล่ะ
รถไฟต้องเดือนร้อนเพราะปลาเน่าเพียงตัวเดียว"
 
 
ตอนหลังเห็นท่าทางแล้วว่ากลัวผู้หญิงท่านนั้นจะไม่ปลอดภัย 
สุดท้ายเลยย้ายไปโบกี้ที่มีคนหนาแน่นกว่า
 
พอถึงช่วงเวลาใกล้จะนอน มีที่ว่างเยอะ
เลยเลือกนอนที่ไหนก็ได้ย้ายไปนอนตรงนี้ที ตรงนั้นที
 
 
พอถึงสถานีทุ่งสง ก็ง่วงหลับยาวไปเลย

--------------------------------------------


11 July 2014
 
 
ตื่นเช้า เข้าวันใหม่รู้สึกตัวก็อยู่แถวๆ ประมาณชุมพร
นั่งไปเรื่อยๆ ก็ถึงสถานีรถไฟหัวหิน 
 
 
 
 
 
 
เห็นแม่ค้าขายกระเพาะปลา ก็ซื้อกินรองท้องซะหน่อย
20 บาทถูกๆ แบบนี้ผมไม่ได้หวังว่าจะกระเพาะมีชิ้นใหญ่หรอก
 
แต่พอตักกินไปเรื่อยๆ ไม่เจอกระเพาะปลา
 
แม้แต่เศษนิ้วก้อยก็ไม่เจอ
 

"นี่มันวิญญาณกระเพาะปลาอย่างแท้จริง
วิญญาณเพียวๆ ไม่มีซากเหลือให้เชยชม"
 
ผมรู้สึกแค้นฝังหุ่นนิดๆ
แต่ก็ช่างเถอะ 20 บาท จะไปเอาอะไรกับมันมากฟะ? 

จากนั้นก็นั่งยาวผ่านหัวหิน จัดแจงล้างหน้าแปรงฟัน 

 
รถไฟค่อยผ่านแต่ละสถานีไปเรื่อยๆ 
 
 
 
จนถึงสถานีราชบุรี 
 
ขอซื้อก๋วยเตื๋ยวแห้งห่อ 10 บาทหน่อย
แต่กินกล่อง 2 กล่องคงไม่อิ่ม


"เลยตัดสินใจซื้อไป 5 กล่อง"
 
 
 
 
 
 
เพราะคำนวณเวลาดูแล้วถึงนครปฐมอาจจะไม่ได้มีเวลากินข้าวแน่ๆ
เลยซัดไปก่อน เรียบ 5 กล่อง
 

คำนวณเวลาแล้ว เริ่มสายจากกำหนดการเดิมใกล้ๆ จะ 3 ชม.
เจอแบบนี้ สงสัยว่าเมืองนครปฐมคงไม่ได้ปั่นเที่ยวแล้วล่ะ
 
 
เลยแจ้ง
 
"ยกเลิกกำหนดการที่เมืองนครปฐมทั้งหมด"
 
 
พอถึงสถานีรถไฟนครปฐม
มีคนยกจักรยานลงให้เสร็จสรรพเรียบร้อย :)
 
 
แต่...


ยกไปแล้วต้องเสียค่าเข็นสัมภาระอีก
จำไม่ได้แล้วว่า 20 หรือ 30 บาท
 
 
แล้วเค้าก็บอกว่า เข็นเสร็จจัดการจ่ายเงินแล้ว แล้วบอกผมว่า

"ใบเสร็จจากหาดใหญ่อันนี้ไม่ต้องใช้แล้ว ทิ้งเลยแล้วกัน"

ตอนแรกก็เคลิ้มๆ อยู่ 
แต่พอตอนหลังเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจะเก็บหลักฐานไว้
 
สบถใจใจ...
 
ไอ้ห่าเอ๊ยยยยยย!!!! เสียรู้ซะแล้ว บัดซบ @E$#@#W$E%EGRUTR
 
 
 
ค่าตั๋วขามา 339 บาท
 
ส่วนค่าจักรยานเบ็ดเสร็จ 
 
 
"แค่ขาไปขาเดียว เสียเงินไปประมาณ 220 บาท"
 
ย้ำอีกครั้ง 
 

"แค่ขาไปขาเดียว"

 
เพิ่มเงินอีกร้อยนิดๆ ตีตั๋วเพิ่มได้อีก 1 ใบเลย
 
 
เซ็งจิตมาาาาาาาาาาาาาาาาาาาากกกกกกก

แต่จะเซ็งนานไม่ได้
 
 
จากนั้นผมก็โทรศัพท์นัดแนะพี่ท่านนึงจาก facebook
บอกว่าจะมาพบที่นครปฐมแต่ว่าสายจากกำหนดการไปแล้ว 3 ชม. เพราะ รฟท.
 
 
ทำให้ผมต้องทำเวลาปั่นไปศาลายา เลยยกเลิกตรงนี้ไปก่อน
คุยไปคุยมาบอกว่าอาจจะนัดเจอกันที่ Cafe Velodome (ใน มธ. ท่าพระจันทร์) 
หรือไม่ก็ที่ ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย (แถวสะพานควาย)
 
พอนัดแนะเสร็จ ก็วางสาย แล้วผู้กระเป๋าสัมภาระท้ายเบาะหลัง
 
 
 
 



จุดหมายแรกก็ปั่นไป สถานีรถไฟศาลายา 
เพื่อนัดพบผู้ที่สนใจก่อนที่จะเข้าไปปั่นใน ม.มหิดล ศาลายา
 

จากนั้นการปั่นเดินทางเข้าจึงเริ่มขึ้น!!!

 
 
โปรดติดตามต่อ พรุ่งนี้ 
 
 
 

edit @ 19 Jul 2014 21:42:10 by SammieChinmai

edit @ 19 Jul 2014 21:42:56 by SammieChinmai

Comment

Comment:

Tweet

aim : รถไฟไทยไม่ไปไม่รู้นะจ๊ะ

แต่เอมชอบนั่งรถไฟล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ

#3 By aim on 2014-07-25 01:11

aim : รถไฟไทยไม่ไปไม่รู้นะจ๊ะ

แต่เอมชอบนั่งรถไฟล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ

#2 By aim on 2014-07-25 01:10

Blog นี้วางไว้คร่าวๆ ว่าจะมี 7 ตอน post ตอนละ 1 วัน ช่วงค่ำๆ - ดึก ถ้าไม่ไหวหรือไม่ทันในแต่ละวันอาจจะมีเลื่อน แต่จะพยายาม post ให้จบ 1 ตอน ใน 1 วันครับ :)

#1 By SammieChinmai on 2014-07-19 23:15