ตอนที่ 2 - เมืองนครปฐม - ศาลายา - บางกอก 


--------------------------------------------


11 July 2014

ผู้กระเป๋าสัมภาระท้ายเบาะหลัง
จุดหมายแรกก็ปั่นไป สถานีรถไฟศาลายา 
เพื่อนัดพบผู้ที่สนใจก่อนที่จะเข้าไปปั่นใน ม.มหิดล ศาลายา

จากนั้นการปั่นเดินทางเข้าจึงเริ่มขึ้น!!!
 


~~~ เมืองนครปฐม - ศาลายา ~~~
 
 
สายแล้ว ไม่มีเวลาเที่ยว
เลยตัดสินใจออกยิงทันทีปั่นออกจากสถานีรถไฟ
 
ไปถนนสายอะไรแล้วไม่รู้
รู้แต่ว่ามีป้ายว่า ไปกรุงเทพ ก็ปั่นไป
 
ลักษณะก็เป็นถนนเล็กๆ รถไม่เยอะ ปั่นคล่องตัวดีครับ :)
มีปั่นอัดทรมานจักรยานบ้างบางจังหวะ

ปั่นไปพักใหญ่ พอถึงทางแยก
เริ่มไม่มั่นใจเลยจอดถามชาวบ้านครับ

ได้คำตอบแล้วก็ปั่นจนเข้าถนนเพชรเกษม

สายแล้ว ไม่สนแล้ว ยิงต่อไป

เจอรถเมล์ท้องถิ่น ตามหลังบีบแตร
 
เลยรีบปั่นอัดหนีก่อนที่จะโดนตัดเข้าเบียดซ้ายสุด
 
ได้อารมณ์ใกล้เคียงเมืองหลวงขึ้นมาแล้วล่ะ
จึงเริ่มปั่นระวังมากขึ้น

ปั่นยาวมาจนเลยแยกนครชัยศรี
เข้า 7-11 ซื้อน้ำ เกลือแร่ ขนม
 
ดูเวลาแล้วว่าอาจจะสาย 1 ชม.
เลยแจ้งข่าวทาง facebook ไป


แล้วยิงต่อไปเรื่อยๆ
คล้ายๆ ว่าใกล้ถึงศาลายา
 
 
แต่ยังไม่เห็นป้ายอะไรเลย
พอใกล้ถึง ถนนพุทธมณฑลสาย 7
เจอวินมอไซค์แถวๆ นั้น
 
 
ถามว่าศาลายาไปทางไหน 
 
ก็ได้คำตอบว่าเข้าพุทธมณฑลสาย 7 นั่นแหล่ะ 
เจอป้อมตำรวจแล้วเลี้ยวขวา แล้วปั่นวกขึ้นสะพานข้าม
 
 
ปั่นไปเห็น 4 แยกป้อมตำรวจก็เลี้ยวขวา
เข้าถนนบรมราชชนนีมันจะเป็นเลนสวนแยกออกมา 
เพื่อโดยสารไปจนถึงจุดวกกลับใต้สะพาน 
 
 
พอข้ามสะพานไปเท่านั้นแหล่ะ
สภาพถนนบรมราชชนนี โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อ
ระหว่างถนนกับไหล่ทางที่ไม่ลาดยาง ขรุขระๆ


มันโคตรของความไม่ smooth เอาเสียเลย
 
 
รอยต่อจะเป็นแนวลาดยางมะตอยเป็นขั้นๆ ต่างระดับ 3 ชั้น
 
ลองจินตนาการถึงขนมชั้น ที่มี Layer 3 ชั้นแต่ไม่ตัดเฉียง
ตัดทีละชั้นเป็น step คล้ายๆ ขั้นบันได
 
ลักษณะประมาณนั่นแหล่ะครับ
 

แถมรถใหญ่วิ่งตามหลังเยอะเหลือเกิน
 
ถ้าฉุกละหุก ปั่นเปลี่ยนขึ้นลงระหว่างถนนกับไหล่ทางกลับไปกลับมา 
 
 
ผมว่าอาจจะต้องมีแฉลบล้มแน่ๆ 
 
 
ยิ่งถ้าแฉลบล้มเข้าบนถนนแล้วรถใหญ่ตามหลังมาล่ะ?

 
เลยตัดสินใจปั่นไหล่ทางตลอดถึงแม้ว่าไม่ลาดยาง
ไม่เรียบเอาเสียเลยแต่เพื่อความปลอดภัย จำเป็นครับ
 
วันหยุดวันอาสาฬหบูชาก็จริง
แต่รถใหญ่วิ่งกันขวักต้องใช้สติคุมจักรยานอย่างมาก

ปั่นประคองไปเรื่อยๆ เริ่มเห็นป้าย ศาลายา 
 
แต่ยังไม่เห็นป้าย ม.มหิดล
ก็เปิด endomondo เช็คแผนที่ ก็ไม่ไกลมากแล้ว
 
เช็คเสร็จ ก็ไปต่อ

เริ่มเห็น ม.มหิดล 
ทางซ้ายมือเห็นหอประชุมใหญ่ มหิดลสิทธาคาร เด่นมาแต่ไกล
 
 
กำหนดการสายมากแล้ว 
 
ขออนุญาตตัดเข้ามหาลัย เพื่อประหยัดเวลา
ปั่นหาประตูอยู่พักนึง สุดท้ายก็ออกประตูข้าง
 
จากนั้นก็หาสถานีรถไฟศาลายา
เช็ค endomondo อีกหน่อยแล้วไปต่อ อีกนิดเดียว

 
จากนั้นก็ถึงจนได้ ใช้เวลาปั่นมาประมาณ 30 km 
 
 
ก็รอสมาชิกที่นัดในกำหนดการครับ
แต่เนื่องจากถึงช้ากว่าจากกำหนดการมาก ประมาณ 1 ชม. ครึ่ง
 
 
ไม่เห็นมีใครเลยแม้แต่คนเดียว
 

อาจเป็นไปได้ว่า 
 
 
1. ไม่รอจนคิดว่าผมไม่มาแล้วก็กลับ
2. ไม่ก็ไม่มีใครมารอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
 
เหตุที่นัดสถานี
 
เพราะ ม.มหิดล รับปริญญาเมื่อวันที่ผ่านมา 
วันนี้ก็เคลียร์สถานที่ เลยไม่อยากรบกวนที่ทางมหาลัย
 
 

อืม...ไม่มีก็ไม่เป็นไร :)

ปรับจูนจักรยานสักพักก็ปั่นเข้า ม.มหิดล
 
 
 
ไปคนเดียวแบบนี้แหล่ะ ไม่ซีเรียสอะไรอยู่แล้ว :)

 
 
 
 
~~~ ทัวร์สถาบัน - มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ~~~
 
 
ใน ม.มหิดล เค้าว่ากันว่า
 
ระบบทางกายภาพเอื้อต่อการใช้งานจักรยาน
 
ที่ได้ยินมาเพราะผู้บริหารเป็นคนวางแผนทำเรื่อง Green University
ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ร่มรื่น จำกัดโซนรถยนต์ส่วนบุคคล
 
แล้วให้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะทดแทน  
แล้วตีเส้นแบ่งเลนทำเลนจักรยาน  
 
 
 
 
ปั่นสำรวจไปเรื่อยๆ ...

 
 
กำลังเคลียร์สถานที่หลังรับปริญญา
 
'
 
 
 
จุดจอดจักรยาน
 
 
 
ระบบรถขนส่งมวลชน :)
 
 
 
 
ให้ความสำคัญกำจักรยานและคนเดินเท้าขนาดไหน ดูป้ายก็จะรู้ :)
 
 
 
จุดข้าม
 
 
 
จุดจอดจักรยานอีกแห่งหนึ่ง :)
 
 
 
 
เริ่มเห็นจักก้า....จักรยานสีขาว :)
 
 
 
ก็มีจอดตั้งไว้จนยางแบบ สนิมกินก็มี 
คิดว่าปิดเทอมยาว เลยจอดทิ้งไว้
 
 
รอเปิดเทอมใหม่คงค่อยมาเคลียร์มาซ่อมกัน :)
 
 
 
 
 
 
 
 
ก๊าบ ก๊าบ ก๊าบบบบบบบบบบบบ
 
 
ตามหาจักก้าเซ็นเตอร์ เริ่มเห็นอาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล
 
จักรยานละลานตา O_o

 
 
 
 
 
มามหิดลศาลายาแล้ว จุดประสงค์หลักอีกอย่างนึงคือ
 
 
ไป จักก้าเซ็นเตอร์ ครับ
 
จักก้าเซ็นเตอร์ ถือว่าเป็นแหล่งศูนย์กลางเรื่องจักรยานภายในมหาลัย
มีทั้งบริการยืม ซื้อขาย รับซ่อมบำรุง นัดจัดกิจกรรมเกี่ยวกับจักรยาน
 
ที่ผมต้องมาเยือนที่นี่
ต้นเหตุหลักมาจากหนังสั้นโปรโมตน่ารักๆ Clip นี้ครับ :)
 
 
 
 
ผมยืนอยู่ฝั่งศูนย์การเรียนรู้มหิดล 
 
 
มองไปฝั่งตรงข้าม  ใช่แล้วล่ะ!!!
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
น่าจะเป็นจักรยานส่วนตัวมาขึ้นทะเบียน แล้วจะได้ป้ายทะเบียนแบบนี้
 
 
 
ข้าพเจ้าพาคู่ใจมาเยือนแล้วนะ :)
 
 
เต็มไปด้วยจักรยาน 
 
 
 
หลังจากดูเสร็จแล้วก็ไปถ่ายรูปกับพระรูปพระราชบิดาฝั่งศูนย์การเรียนรู้มหิดล
 
 
เสร็จแล้ว ก็ปั่นหาทางออกเส้นบรมราชชนี
ก่อนออกขอถ่ายกัหอประชุมใหญ่ มหิดลสิทธาคาร

 
 
 
 
 
ปณิธานพระราชบิดา
 
 
 
สำหรับการปั่นใน ม.มหิดล ศาลายานั้น
ในช่วงแรกๆ อาจจะงงๆ นิดๆ

โดยเพราะเลนจักรยานบางช่วงที่ผมปั่นเจอจะอยู่เลนฟากเดียว
แต่พอปรับสภาพได้ก็เริ่มปั่นสนุก 

แล้วช่วงนี้ก็เป็นช่วงปิดเทอม แถมเป็นวันหยุดยาว
นักศึกษาปั่นสัญจรกันน้อยมาก
 
มีบางช่วงที่รถยนต์จอดขวางเลนจักรยาน
แต่ก็เข้าใจว่าเป็นวันที่ต้องรีบเคลียร์สถานที่หลังรับปริญญา
ซึ่งผมก็เข้าใจตรงจุดนี้ เลยไม่ค่อยซีเรียสอะไร :)
 
 
ลองประเมินให้คะแนนที่เห็นกับตา ใน ม.มหิดล ศาลายา
 
 
จุดเด่น : 1. ที่พื้นฐานทางกายภาพ สภาพแวดล้อม
              2. มีศูนย์จักรยานอย่างจักก้าเซ็นเตอร์ ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้จักรยาน
              3. มีจุดจอดจักรยานหลายแห่งไว้รองรับ
 
 
ส่วนหัวข้อที่ไม่สามารถประเมินได้
 
- กิจกรรมจักรยานภายในมหาวิทยาลัยที่ส่งเสริมการใช้จักรยาน
- การมีส่วนร่วมของ นศ./อาจารย์/บุคลากร ในการใช้จักรยาน

เพราะมาตอนช่วงปิดเทอม
 
 
ถ้าให้คะแนนเฉพาะจุดเด่น3 หัวข้อนี้
 
สรุป  
 
B+  ครับ :)
 
 
 

~~~ ศาลายา - บางกอก ~~~
 
 
ในกำหนดการตอนแรกจะเข้าพุทธมณฑล 
แต่ดูเวลาแล้วสายแล้วไม่น่าจะทัน 
 
ตัดใจยิงยาวต่อ
 
 
อีกประมาณ 20 กว่าโล
ก็จะถึงบางกอกแล้วล่ะ :) 
 
ถนนบรมฯ รถก็ยังเยอะอยู่ ก็คุมสติกันต่อไป
มีอยู่ช่วงนึง รถหายไปนานมาก รู้สึกแปลกๆ

ก็ปั่นชิลไปเรื่อย
จนมีตำรวจทางหลวงเปิดไมค์มาแต่ไกล
 
"จักรยานจอดชิดซ้ายด้วยครับ"
 
 
คาดว่าน่าจะเป็นขบวนเสด็จออกมาจากพุทธมณฑล (อาสาฬหบูชา) 
แต่มีรถอารักขาน้อยมากๆ
 
จากนั้นรถราก็กลับมาแน่นเหมือนเดิม
 
 
ปั่นต่อไปเรื่อยๆ
 
เริ่มเข้าเขตบางกอกแต่ยังไม่ถึงชั้นใน
 
 
เริ่มเห็นความคับคั่งของรถเมล์ taxi มากขึ้น
แต่ถนนถือว่าการจรคล่องตัว
 
เข้าโซนบางกอก ต้องระแวดระวัง 2 อย่าง
 
1. รถเมล์, taxi
2. ไม่เผลอปั่นขึ้นเลนทางด่วน สะพานคู่ขนาน

เลยลากเลนซ้ายแบบยาวๆ


เหลือแค่ 10 km แล้ว :)

 

แต่ก็มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น!!!!
 
 
 
เริ่มมีการล้อหลังส่ายหนักขึ้น แต่ก็ยังฝืนปั่นไป
 
 
อีกประมาณ 6 km สุดท้าย 
 
 
อาการลูกถ้วยแกนล้อหลังบิ่น
ลูกปืนหล่นดังแต๊ก ล้อหลังส่ายหนักกว่าเก่า

ปั่นมาเรื่อยถึงกลางสะพานข้ามคลองอะไรบางอย่าง
 
ส่ายหนักมากจนไม่กล้าปั่น
ดันมาเสียบนสะพานพอดี T_T
 
 
เวรกรรมแล้วตรู T_T



จากนั้นก็ประคองผ่านข้ามสะพานได้

แล้วก็จอดเข้าทางเท้า ซ่อมจักรยานทันที !!!
 

ต้องถอดล้อหลังเพื่อยัดลูกปืนกลับเข้าไป
 
ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก
เพราะล้อหลังต้องถอดสายระบบเบรคหลัง 
(แม่บ้านแบบเก่าใช้ drum break)
 
ถ้วยลูกปืนมันบิ่นมากๆ
ลูกปืนหล่นไปอยู่ในจานเบรคหลังหลายเม็ด
 
ก็ยัดใส่กลับ
 
เสร็จสรรพก็ปั่นต่อ
 
 
 
พอปั่นได้ไม่กี่เมตร ลูกปืนก็ตกอีก T_T
 
อาจจะเป็นเพราะตั้งจี๋หลวมไป 
เลยรีบถอดล้อออกมาซ่อมอีก
 
ยัดใส่ลูกปืนใส่กลับเข้าไปอีกครั้ง
คราวนี้ตั้งจี๋ให้แน่นขึ้นคิดว่าเพื่อให้ลูกปืนไม่หล่น หล่นน้อยที่สุด 
 
 
ถึงแม้ว่าจะใช้แรงปั่นฝืดหน่อยก็ตาม 
แต่ก็ดีกว่าล้อส่ายซึ่งอันตรายกว่ามาก
 
กัดฟันปั่น ข้ามสะพานกรุงธนบุรี
 
ข้ามได้แล้วก็เปิด endomondo 
เช็คแผนที่เพื่อปั่นไป
Cafe Velodome ใน มธ. ท่าพระจันทร์
 
เท่าที่จำได้ มธ.ท่าพระจันทร์อยู่แถวๆ สนามหลวง
 
เลยตั้งหลักสายที่จะเข้าไปสนามหลวง
 
ปั่นไปเส้นไหนก็ได้ให้เข้าถนนสามเสน
 
ถึงถนนสามเสนแล้ว ตั้งหลักได้แล้วก็ซัดยาวไป
เข้าแยกอะไรจำไม่ได้แล้ว 
 
 
เริ่มเห็นสนามหลวงมาแต่ไกล เริ่มอุ่นใจ
 
 
 
ปั่นไปได้พัก มีโทรศัพท์เข้า 
แต่ก็รับไม่ได้เพราะอยู่กลางถนน
 
 
พอถึงสนามหลวงฝั่งแถวๆ มธ. ท่าจันทร์ก้เริ่มยิ้ม :)
 
ปั่นเข้า มธ. ทางประตูหอประชุมใหญ่
 
ปั่นหาร้าน Cafe Velodome
 
 
แต่หาไม่เจอ T_T

ถามเด็ก มธ. บางคน ก็ไม่ทราบ
 
เลยลองปั่นไปมั่วๆ ดู จนสุดท้ายก็มั่วจนเจอครับ :)
 
 
 
~~~ Cafe Velodome ~~~
 
 
มาถึงก็ประมาณน่าจะ 1 ทุ่มได้มั้ง
เจอ พี่แนน นนลนีย์ เจ้าถิ่น เจ้าของร้าน
 
 
 
 
 
และ อ.สงกรานต์ เครือข่ายจักรยานหาดใหญ่
ที่ดิ่งตรงมาจากการเสร็จงานประชุมวิชาการที่อีสานเข้ามาทัวร์บางกอก
 
ตอนนั้นเหนื่อยพอสมควร เลยรีบสั่งน้ำ

นั่งพักผ่อน หยิบหนังสือขอลายเซ็นพี่แนน
จากนั้นไม่นาน กลุ่มจักรยานกลุ่มนึงมาพอดี

พอถึงแล้วก็เจอผมแล้วทักทาย แล้วเล่าประมาณว่า
 
"ได้ข่าวว่าอีก 10 โลถึง ก็รีบทำกับข้าวให้เสร็จแล้วรีบบึ่งมาทันที"
 
 
กลุ่มนี้คือกลุ่ม Doppelganger ครับ (เรียกย่อๆ ว่า  DG)
 
 
 
พอพักหายเหนื่อยแล้ว
 
พี่แนน และเหล่าแก๊งค์ DG ก็พาผมและอ.สงกรานต์ ปั่นร่วม trip
 
 
"Night Ride in Bangkok" 
 
 
 
 
ซึ่งสำหรับผม เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ปั่นจักรยานในบางกอก
และก็เป็นครั้งแรกสำหรับ Night Ride ในบางกกอกด้วยเช่นกัน :)
 
เส้นทางก็ประมาณย่านเกาะรัตนโกสินทร์
 
 
ปั่นไป แชะรูปไป
 
 
 
 
 
จากนั้นไปหาของกินที่บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ
เป็นราดหน้าเจ้าอายุ 40 ปี 
 
 
แค่น้ำราดหน้าอร่อยมาก เด็ดดวงจริงๆ
 
อยากกินอีก
 
แต่รู้สึกกินไม่ค่อยจะลง เพราะเดินทางมาถึงยังเพลียๆ นิดๆ
 
 
นั่งกินไป คุยสนทนากันไป

จากนั้นก็ไปหาของหวานทาน 

 
ร้านที่ไปตอนแรกคนเยอะจนไม่มีทีนั่ง

สุดท้ายก็มาจบที่ร้านไอศกรีม 
Scoopp HOMEMADE ICE CREAM
 
 
นั่งกินแล้วเม้าท์มอยกันไปเรื่อยๆ
พอสมควรแก่เวลาแล้วก็ปั่นกลับที่พักครับ
 
ปั่นส่งกลับที่พัก ก็แบ่ง 2 ทีม
ทีมนึงส่ง อ.สงกรานต์ กลับที่พักแถวๆ สุขุมวิท 
 
 
อีกทีมก็พาผมไปส่ง check-in ที่พักแถว ข้าวสาร รามบุตรี
 
ระหว่างทางก็หยุดถ่ายรูปแนะนำสถานที่บ้าง :)
 
 
ตอนปั่น ลูกปืนหล่นไปติดที่เบรคหลัง (drum break)
 
ปั่นหนืดมากกกกกกกกก T_T
 
 
ก่อนถึงที่พัก ปั่นไปแนะนำย่านวรจักร
แหล่งซ่อมจักรยาน เพื่อพรุ่งนี้จะได้มาซ่อมก่อนออก trip 
 
ออกแรงปั่นจนหอบลิ้นห้อย
เหงื่อไหลเป็นทางๆ T_T

แรงขนาดที่พอปั่นยืน 30 km/h ได้ 
แต่ความหนืดที่ลูกปืนค้างตัวเบรค
 
ความเร็วน่าจะเหลือไม่ถึง 15 km/h ได้
 
 
เหนื่อยมากจริงๆ - -"
 

สุดท้ายก็ปั่นมาเจอถนนรามบุตรีแล้ว
 
 
 
ไชโย!!!!
 
 
แต่....



หาที่พักอยู่ไหนวะ หาไม่เจอ T_T



หลงไปพักใหญ่ เลยโทรไปถาม

ดันไปถนนอยู่อีกฝั่งนึง(น่าจะระบุพิกัดแผนที่ผิด)
พอถึงที่พักแล้ว ก็ขอบคุณเหล่าแก๊งค์ที่มาส่งครับ
 
 
Night Ride วันนี้ประทับใจมากๆ ครับ
ทั้งพี่แนนทั้งแก๊งค์ DG น่ารักมากๆ เลย
 
ถ้ามาหาดใหญ่เมื่อไหร่
ต้องต้อนรับกลับเป็นการตอบแทนแบบนี้ครับ :)

จากนั้นก็ check-in เข้าที่พัก
เอาจักรยานแบกขึ้นจอดตรง counter
 
 
ปลดกระเป๋า เข้าห้อง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อ
เล่น net พักนึง ชาร์จแบตมือถือ power bank
 
เพลียร่างกำลังดีแล้วก็นอนหลับไปตอนไหนไม่รู้

เก็บแรงไว้พรุ่งนี้ค่อยมาผจญกับบางกอกอย่างเต็มรูปแบบแล้วกัน :)

 
จบ Trip วันที่ 11 ก.ค. 57 


โปรดติดตามตอนต่อไป
 
 
 
 
 
ป.ล.
 
ขอบคุณภาพถ่ายจากพี่แนนและแก๊งค์ DG ครับ :)
 
 
 

edit @ 21 Jul 2014 18:54:43 by SammieChinmai

edit @ 22 Aug 2014 13:37:39 by SammieChinmai

edit @ 22 Aug 2014 13:38:06 by SammieChinmai

Comment

Comment:

Tweet

^_^

#2 By apower (171.7.248.119|171.7.248.119) on 2014-08-02 07:06

Blog ตอนที่ 3 และตอนถัดๆ ไป น่าจะออกอากาศวันเว้นวันครับ เพราะมีคิวนู้นนี่ เกรงวันต่อวันคงไม่เสร็จ จึงเรียนมาเพื่อทราบครับ

#1 By SammieChinmai on 2014-07-22 17:45