ตอนที่ 3 - มธ. ท่าพระจันทร์ - ศิลปากร - จุฬาฯ 
 
--------------------------------------------

12 July 2014

ตื่นเช้าขึ้นมา อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน
ใส่เสื้อ เมื่อวานใส่ชุดเก่งเสื้อลายขวางขาวเทา
ส่วนวันนี้ใส่เสื้อ Hat Yai Critical Masss สีเขียว

จัดเตรียมของเรียบร้อย ก็เตรียมออกครับ
เข็นจักรยานลงมา แล้วเช็คอาการถ้วยแกนล้อบิ่น

มันบิ่นมากจนแบบคิดว่าไม่น่าจะไหว 
พอตอนจะยัดกลับดันทำลูกปืนหล่นหายไปไหนไม่รู้
แถมที่ร่ม ไม่ค่อยมีแสง มันกลมกลืนไปกับรอยจาระบี 

หาไม่เจอครับ

สุดท้ายจึงใช้วิธีแก้ปัญหาแก้ขัดไปก่อนโดยการ

"ยัดเศษกระดาษแทนให้แน่น"

อุดไว้เพื่อแก้ล้อส่ายไปในตัวด้วย

รู้ทั้งรู้ว่ามันปั่นแล้วหนืดมากกว่าปกติ
แต่คำนวณเส้นทางช่วงแรกใกล้ๆ 
ไป แถวๆ มธ.ท่าพระจันทร์ / ม.ศิลปากร
แล้วก่อนปันไปจุฬาฯ ค่อยไปหาร้านอะไหล่เปลี่ยนแล้วกัน 
 
 
 
ช่วงแรกกะจะปั่นรอบเกาะรัตนโกสินทร์ครับ
ได้แผนที่ที่ขอจากพี่แนนเมื่อวันก่อนมา

ก็เล็งๆ ดูๆ ว่าจะไปตรงนู้นตรงนี้
แต่เนื่องจากว่าเสียเวลาไปกับการซ่อมล้อไป 1 ชม.
ทำให้เหลือเวลาเที่ยวน้อยเหลือเกิน

ตอนแรกสุดก็ปั่นเส้นถนนพระอาทิตย์ 
ผ่านป้อมพระสุเมรุ
 
 
 
 
 
 
มีเลนจักรยานอยู่ เช้าๆ รถน้อย เพราะเป็นวันหยุดยาว :)
 
 
 

แล้วไปตัดออกทางไหนแล้วจำไม่ได้เแล้วเข้าไปปั่นวนในสนามหลวง
 


พอเข้าสนามหลวงแล้วผมปั่นวกกลับไปมา ไม่ได้ปั่นเป็นรอบๆ
ปั่นไปได้พักนึง ขอเก็บภาพฉากหลังวัดพระแก้วหน่อยแล้วกัน
 
 
 
 

จากนั้นก็ใกล้หมดเวลา ก็ปั่นไป Cafe Velodome ครับ
 
 
 
สังเกตได้ว่าถนนสนามหลวง ฟาก มธ. ท่าพระจันทร์ จะมีเลนจักรยานอยู่ด้วย 
 งั้นก็เข็นจูงข้ามถนนอีกฟากแล้วปั่นตรงเลนจักรยานแล้วกัน :)
 
 
 
 
~~~ Cafe Velodome #2 ~~~
 

กำหนดการแรก มาที่นี่เผื่อใครอยากจะมาพูดคุยพบปะแลกเปลี่ยนกัน
ก็สั่งคาปูชิโน่เย็น เมนูกาแฟแก้วโปรดแก้วประจำไม่ว่าจะไปที่ไหน

นั่งกินได้สักพักนึง มีนักปั่นที่เป็น idol ของใครหลายๆ คนมาทักทายครับ

ท่านผู้นั้นคือ 

คุณหมอ สุกมล วิภาวีพลกุล
 
 


ถ้าใครเคยดู "ชูรักชูรส" ยุคที่คุณฮาร์ทเป็นพิธีกรมาก่อน
ใช่แล้วครับ คุณหมอเป็นคุณหมอวิทยากรประจำรายการครับ

สำหรับผมคุณหมอสุกมลถือว่า
 
เป็น idol ของ

"ผู้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน"

คุณหมอบอกว่าปั่นจักรยานแม่บ้านญี่ปุ่นจากบ้านมาหาผมโดยเฉพาะ

 
ผมปลื้มมากๆ จนบอกไม่ถูกเลยครับ ^ ^

ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน
 
คุณหมอเล่าว่าใช้จักรยานมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ
มีบางช่วงก็ใช้มอไซค์บ้าง แต่สุดท้ายก็ลงท้ายด้วยจักรยานครับ

คุณหมอเล่าถึงแรงบันดาลใจในการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน
ก็มีคุณฮาร์ท (สุทธิพงศ์) ถือเป็น idol
ถึงแม้ว่าจะเป็นคนจบสูง มีฐานะ แต่ใช้ชีวิตติดดินมาก

คุณฮาร์ทเป็นคนแรกๆ ในเมืองไทย
ที่ใช้จักรยานพับขึ้นบน BTS เมื่อ 10 ปีที่แล้ว
(ตอนนั้้นยังไม่มีกระแสจักรยานเลย)


กลับมาสู่เรื่องของคุณหมอครับ 

จักรยานของคุณหมอมีหลายค้นหลายประเภท
 

แล้วเป็นคนที่รู้จักเลือกใช้จักรยานตามความเหมาะสมของการใช้งานนั้นๆ

ปั่นไปไกลๆ ใช้จักรยานที่มีประสิทธิภาพ มีเกียร์ดีหน่อย

เดินทางไปบรรยายต่างจังหวัดบ่อย ก็หิ้วรถพับไป สะดวกคล่องตัว

ไปที่ทำงานใกล้ๆ ก็ใช้จักรยานแม่บ้านญี่ปุ่นราคาไม่แพง lock กับที่จอดไว้
แล้วไปต่อระบบขนส่งมวลชน สบายใจยามปั่น อุ่นใจยามจอด 
เพราะถึงหายก็ไม่เสียดายมาก ( อันนี้ผมเติมเอาเอง  :) )
 
 
ข้างๆ จักรยานสีแดงของผม เป็นจักรยานแม่บ้านญี่ปุ่นของคุณหมอครับ
คันเบาะสีดำนะครับ  ไม่ใช่สามล้อ :)

 
 
 

จากนั้นก็คุยแลกเปลี่ยนกัน คุณหมอก็โชว์ภาพจักรยานแปลกๆ ให้ดู
บางภาพผมถึงกับเงิบไปเลยครับ 55555

จากนั้นก็ขอถ่ายกับจักรยานเป็นที่ระลึก
 
 
 
 
 
พี่ที่ร้าน Cafe Velodome ครับ :)
 
 
 
คุณหมอกับจักรยานเดี่ยวๆ :)
 
 

ถ่ายเสร็จคุณหมอก็ลอง test drive ของผม
คือเนื่องจากสภาพมันโทรมมากจริงๆ เลยถึงกับพูดออกมาประมาณว่า

นี่คุณขี่ไปได้ไงเนี่ย? บังคับยากมากๆ

คือสภาพตอนนั้นโทรมมากจริงๆ 
ทั้งล้อหลัง ระบบเบรค อาน แถมบันไดหลวมอีก

ผมก็ลอง test drive จักรยานแม่บ้านญี่ปุ่นของคุณหมอดูบ้าง
เป็นแม่บ้านเกียร์ดุม ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่า 6 speed ก็ปั่นลื่นดีครับ
เบาะนุ่ม แต่อาจจะไม่ชินที่ผมไม่ได้ขี่จักรยานประมาณแฮนด์ตรงนานแล้ว


เพราะผมชินกับแม่บ้านคู่กายที่แฮนด์ออกแนวสูงๆ คล้ายๆมอไซค์ช้อปเปอร์

จากที่ test drive ได้พักนึง อ.สงกรานต์ ก็เข้ามาพอดี 
เลยคุยกันออกรสออกชาติมากขึ้นตามภาษาคนรักจักรยาน 
 
 

สุดท้ายก่อนจาก คุณหมอก็เลี้ยงแซนวิซ 1 จาน

ขอบคุณคุณหมอที่มาคุยพบปะแลกเปลี่ยนกันครับ
มีโอกาสหวังว่าคงได้เจอกันอีก ไม่ในบางกอกก็หาดใหญ่ครับ :)


 
~~~ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ~~~
 

หลังจากที่อาจารย์สงกรานต์มา ก็คุยติดลมเพลินไปหน่อย
เลยทำให้กำหนดการนัดที่ผมนัดไว้บริเวณลานปรีดีฯ ช้าไปหน่อย

ผม กับ อ.สงกรานต์ ก็ปั่นไปจุดนัดพอคือที่ลานปรีดีฯ

ไม่เจอใครแม้แต่คนเดียวครับ

ก็อย่างที่เคยบอก มี 2 สมมุติฐาน

1.มารอแล้วไม่เจอเลยกลับก่อน
2.ไม่มีใครมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

จริงๆ แล้วรู้งี้น่านัดที่ Cafe Velodome ทีเดียวไปเลย
ถึงเวลาก็ออกปั่นทัวร์ใน มธ. น่าจะดีกว่ามารอหน้าลานปรีดีฯ 
เพราะช่วงสายๆ อากาศร้อนนิดนึง

เมื่อไม่มีใครก็ถ่ายรูปกันเองแล้วกันครับ
 
 
 
 
 
 
ถ่ายเสร็จก็ซ่อมเบรคหลัง ใส่สายเบรคกลับ
อ.สงกรานต์ ก็ช่วยซ่อมด้วย

ซ่อมเสร็จ ก็ออกปั่นทัวร์ใน มธ. นิดหน่อยครับ
 
 
 
สนามกีฬา มีโดมอยู่เป็น background :)
 
 
 
 
ตราประจำมหาวิทยาลัย :)
 
 
 
รั้วมหาลัย นอกจากมีหอประชุมใหญ่แล้ว มีปื่นใหญ่ด้วย :)
 
 
 
สำหรับระบบจักรยานใน มธ. ท่าพระจันทร์
เนื่องจากว่าใช้เวลาปั่นสำรวจนิดเดียว 
 
จึงทำให้ไม่สามารถห้คะแนนประเมินได้ครับ
 
 
 

 ~~~ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ~~~
 

จะว่าไปทั้ง มธ. ท่าพระจันทร์ และศิลปากร วังท่าพระ
ผมเคยมาขนหนังสือหนีน้ำท่วมตอนช่วงปี 54

แต่ ม.ศิลปากร ผมเข้าไปแค่หอสมุดอย่างเดียว
ไม่ได้เข้าสำรวจภายในมหาลัยอะไรมากแบบ มธ.

วันนี้มาอีกครั้ง ก็ถือโอกาสเข้าไปสำรวจดู
 
 
 
ที่นี่จุดนัดอยู่หน้าหอสมุด

ผมกับ อ.สงกรานต์ ก็มาใกล้ๆ เวลานัด
 

"ก็ไม่เจอใครแม้แต่คนเดียวเหมือนเดิม"
 

แต่ก็ไม่ซีเรียสครับ :)

ตอนมาหอสมุดครั้งแรกผมก็ไม่ได้สังเกตสังกาอะไรมาก

พอ อ.สงกรานต์บอกว่าเห็นต้นไม้เป็นรูปหัวใจ :)

ผมก็เลยลองดู 
 

เฮ้ย...ใช่จริงๆ ด้วย :)
 
 
 
 
 
พอรอไปได้พักนึง จนรู้ชัวร์ว่าไม่มีใครมาแน่ๆ แล้ว
จึงปั่นทัวร์ในมหาลัย

ตอนแรก อ.สงกรานต์ พาปั่นออกนอกมหาลัย
เพื่อจะเดินทางไปจุฬาฯ ต่อ

แต่ผมก็ทักว่า ผมยังไม่ได้เข้าไปปั่นสำรวจข้างในเลย
อาจารย์จึงพาวกกลับเข้า

พอปั่นเข้ามหาลัยมา เดินเข็นผ่านสวนแก้ว
ปั่นสำรวจไปได้นิดเดียว....

อาจารย์บอกว่า
 
"ก็มีแค่นี้แหล่ะ"

 
 
ผมก็อึ้งรับประทานเลย

เฮ้ย...มีแค่นี้จริงๆ หรอเนี่ย?
 
 
 
จากนั้นก็ถ่ายรูปป้ายฝังศพศาสตราจารน์ศิลป์ พีระศรี
 
 
 
 
 

แล้วก็ถ่ายคู่กับรูปปั่นศาสตราจารน์ศิลป์ พีระศรี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โดยมีคำทีท่านพูดไว้กินใจไว้ระลึกว่า

"พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว" 
 
 
 


คงไม่ต้องตีความอะไรมากครับว่าหมายถึงอะไร :)
 
 
 
ภายในมหาลัยบางจุดมีจักรยานกองๆ ไว้ให้เห็นบ้าง
 
 

มีที่จอดจักรยานที่ออกแบบแนวดู "แนว" กว่าหลายๆ ที่ที่ผมเจอ 
 
 
 
เดินสำรวจไปเรื่อยๆ :)
 
 
สวนแก้ว :)
 
 
 
คณะโบราณดคี
 
 
 
:)
 
 
 
 
 

จะว่าไปภายใน ม.ศิลปากร วังท่าพระ 
โดยความเห็นส่วนตัว

"เป็นที่ที่เหมาะสมกับการเดินมากกว่าที่จะปั่นจักรยานสัญจรภายใน"

เพราะเป็นมหาลัยที่มีพื้นที่เล็กจริงๆ เดินไปไม่กี่สิบก้าวก็ทะลุกันหมด 

แต่ถ้าหากบุคคลหรือนักศึกษาที่ปั่นจักรยานมาจากภายนอก
ก็มีที่จอดจักรยานอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก

สำหรับการประเมิน

สถานที่เล็ก ร่มรื่นมาก ไม่ต้องใช้จักรยานปั่นในมหาลัยเลยก็ได้
แต่ถ้าปั่นจากข้างนอกเข้ามหาลัย ก็มีที่จอด แต่ก็ไม่มากนัก

ถ้าให้แค่ประเด็นที่จอดที่มีไม่เยอะอย่างเดียว

ให้ C ครับ :)
 
-------------------------------------------------------------------------------------
 
หลังจากสำรวจ ม.ศิลปากร เสร็จแล้ว 
ก็ปั่นจักรยานเดินทางไปยังจุฬาฯ ครับ
แต่เนื่องจากอย่างที่บอกไปก่อนหน้า

สภาพจักรยานโทรมสุดๆ 
ใช้กระดาษยัดแทนลูกปืนไม่ให้ล้อหลังส่าย

ปั่นไปทรมานมาก มันหนืดมาก T_T

ปั่นไปได้พักใหญ่ๆ อ.สงกรานต์ ก็ได้พามาย่าน "วรจักร"
(ย่านที่แก๊งค์ DG แนะนำให้มาหาอะไหล่จักรยาน)

ตอนแรกไปร้าน ไม่แน่ใจว่าฮั้วโอโต้หรือเปล่า

ว่าซ่อมจักรยาน ไม่ทราบว่ารอรับได้หริอเปล่าครับ

ช่างตอบมาเสียงแข็งว่า 

"รอไม่ได้"

เมื่อรอไม่ได้ ผมก็ใจร้อนขี้เกียจหาร้านอื่นแล้ว
เลยตัดสินใจ

"ซื้ออะไหล่มาซ่อมเอง" 

ก็ซื้อแกนล้อหลัง กับลูกปืน

ก็จัดแจงซ่อมตรงทางเท้าขอบๆ
หน้าร้านจักรยานร้านนึง 

บอกขอใช้ทางเท้าหน้าร้านหน่อย ก็ตอบรับอย่างดี
 
จัดแจงถอดล้อออก!!!!
 
 
ขยายครับ ที่ช่อง 4 เหลี่ยมคือสภาพถ้วยที่ติดกับแกนล้อบิ่น
ทำให้ลุกปืนหล่น ล้อส่าย ก่อนหน้าก้ใช้กระดาษอัดแทน ปั่นแล้วหนืดมาก
 
 

เวลาถอดแกนหล้อหลัง ต้องใช้ประแจเบอร์ 17 
ซึ่งไม่มีเบอร์นี้ติดไว้ทั้งของผมและ อ.สงกรานต์

เลยตัดสินใจขอยืมร้านซ่อมมอไซค์ที่อยู่ใกล้ๆ กัน

ระหว่างนั้น....
มีขบวนจักรยานขนระฆังอะไรสักอย่างน่าจะไปถวายวัด

ผมกับ อ.สงกรานต์ ก็รีบซ่อม
ไม่ได้คุยอะไรกลับกลุ่มจักรยานกลุ่มนั้นมาก
 
แค่สอบถามว่ามาจากไหน
ก็ตอบไปมาว่าจากหาดใหญ่
รถมีปัญหาผมต้องซ่อมเอง

ผมก็รีบ อาจารย์ก็รีบ
 

รีบจนไม่ได้คุยกับกลุ่มจักรยานกลุ่มนั้น
ได้ยินเพียงแต่แว่วๆ ว่า
ผมน่าจะมาปั่นรณรงค์อะไรซักอย่างแน่ๆ 

จากนั้นก้เข้าสู่โหมดโลกส่วนตัว รีบซ่อมต่อไป

พอถอดแกนล้อที่ลูกถ้วยบิ่นออกแล้วแล้ว 
ใส่แกนล้อใหม่เข้าไปแล้ว ต้องยัดลูกปืนเข้าไปด้วย

แต่...

ไม่มีจาระบีอัดลูกปืน

ก็ขอจากร้านซ่อมมอไซค์เจ้าเดิม

อัดจาระบีเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ก็ตั้งจี๋ ตั้งจนพอคิดว่าใช้ได้แล้วก็ใส่หลังล้อกลับ

อ.สงกรานต์ สังเกตเห็นเบาะหลังตัวน็อตหาย
ก็เลยแนะนำว่า ไหนๆ ก็มาแล้วก็ซื้อของซ่อมให้เสร็จทีเดียวไปเลย

เลยซื้อน็อตแสตนเลส 
ก็อุดหนุนเจ้าร้านซ่อมมอไซค์ที่ยืมประแจขอจาระบีนี่แหล่ะ 

จากนั้นก็ปั่นไปหาของกินเติมพลังมื้อเที่ยง
ก็ละแวกวรจักรนี่แหล่ะ

ละแวกนี้ร้านซ่อม อะไหล่จักรยานเยอะจริงๆ
เลยตัดสินใจซื้อยางเบรค ผ้า drum break เพิ่ม

ราคาจำไม่ค่อยได้ว่าเท่าไหร่แล้ว 

แต่รู้สึกว่ายางเบรคคู่ละ 20 บาท
ผ้า drum break อันละ 30 บาท

ราคาถูกกกว่าหาดใหญ่ 
แถมซื้อมาเผื่อ service เองคุ้มกว่ากันเยอะ 

ไม่ต้องเสียค่าช่าง 

จากนั้นก็เดินทางปั่นไปจุฬาฯ ต่อ ครับ 
 
 
 
~~~ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ~~~

เติมพลัง กับซื้ออะไหล่ที่วรจักรเสร็จแล้ว ก็บึ่งมุ่งหน้าไปจุฬาฯ
คราวนี้ล้อหลังลื่นขึ้น แน่นขึ้นปั่นได้ดั่งใจ

แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องที่บันไดบั่นมันหลวมๆ

เสียงสีกัน .....เอี๊ยดๆๆๆๆๆๆๆๆ

ถ้าปั่นไม่เร็ว ไม่ไกลก็ไม่ค่อยมีผลอะไรมาก
แต่ถ้าปั่นไกล ปั่นเร็วๆ
 
รับประกันว่าเข่ามีสะเทือนแน่ๆ

ปั่นจนมาถึงจามจุรีสแควร์ ก็หาทางเข้ามหาลัยครับ
ถามยามบริเวณนั้นบอกว่าต้องเข้าอีกฟากนึง

สุดท้ายเลยตัดสินใจปั่นบนฟุตบาธ
พอถึงจุฬาฯ ผมจำไม่ได้แล้วว่าเข้าทางประตูไหน คณะอะไร

จุดนัดพบอยู่บริเวณม้านั่งคณะสถาปัตย์ฯ

ก็ถามยามครับ

จำไม่ได้แล้วว่าปั่นเข้าไปทางไหน
สุดท้ายก็ใช้สัญชาติญาณเดิมๆ 

คือปั่นดุ่มๆ ไป

ถึงแม้จะดุ่มๆ แต่ก็มีหลักอยู่
ต้องหา landmark หลักให้เจอ

คือ พระบรมรูป 2 รัชกาล

ฝากที่ปั่นเข้ามาเป็นโซนคณะวิทยาศาสตร์,วิศวกรรม

ผมจำได้ลางๆ มากๆ 
ว่าคณะสถาปัตย์น่าจะอยู่ฟากตรงข้าม
อยู่ฟากเดียวกันกับคณะศิลปกรรมฯ 


พอมาถึงคณะสถาบัตย์แล้ว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ก็เดินสำรวจหาคนครับ

ไม่เจอใครอีกเช่นกัน

ก็อย่าง 2 สมมุติฐานที่บอกไปก่อนหน้านั้นแหล่ะครับ

เดินสำรวจแถวๆ คณะสถาปัตย์อีกครั้ง
 
ก็เจอจักรยานมหาลัยครับ
 
 
ตรงหน้าคณะก็จอดที่จอดมอไซค์
ทั้งของส่วนตัว ทั้งปันปั่น (สีเขียว) และของมหาลัย
 
 
 

ของมหาลัยป้ายมีทั้งตราพระเกี้ยว และตราการไฟฟ้านครหลวง
เดาว่าการไฟฟ้าฯ น่าจะเป็นคนผู้สนับสนุนจัดซื้อ

แต่ผมไม่ทราบว่าจักรยานรุ่นนี้เป็นระบบให้ยืมอะไรยังไง
จะถามก็ไม่มีนิสิตอยู่ ก็ไม่เป็นไร เก็บไว้ให้คาใจเล่นๆ 

จากนั้นก็ปั่นสำรวจภายในมหาลัย
 
ก่อนจาก....
 
 
ขอถ่ายจักรยานคู่กับระบรมรูป 2 รัชกาลครับ 
 


จากนั้นก็ปั่นก็สำรวจไปได้ระดับนึง ก็ไม่ทั่วอีกนั่นแหล่ะ
ถึงแม้จะไม่ทั่ว ก็ยังพอเห็นอะไรเกี่ยวกับระบบที่สนับสนุนจักรยานอยู่บ้าง

1.มีเลนจักรยานบางช่วง (จำไม่ได้แล้วว่าช่วงไหน)
 
 

2.ที่จอดจักรยาน (บริเวณคณะวิศวกรรม)
ที่ออกแบบมาไว้สำหรับ lock ตัวเฟรมได้
แถมน่าจะทำด้วยสแตนเลสหนาอย่างดี
แสดงถึงความใส่ใจอย่างดีเลยครับ 
 
 


 
 
 
 
 
ถ้าจะให้คะแนน ด้วยปัจจัยเท่าที่พบและเห็นอยู่ในเวลาจำกัด

คือจักรยาน (น่าจะ) ให้ยืม
แต่ผมก็ไม่ทราบในรายละเอียดว่ามีการดำเนินการระบบอย่างไร

เลนจักรยานบางจุด และที่จอดจักรยานที่ทำมาอย่างดี 

ให้ C+ ครับ

แถมอีกนิดนึง สภาพแวดล้อมในจุฬาฯ ร่มรื่นมาก มีต้นไม้เยอะ 
ผมว่าน่าจะปั่นจักรยานได้ฟินเลยละ 
 
ก่อนจาก กำลังจัดเตรียมสถานที่งาน
 
 
 
จุฬาฯ อาสาช่วยกาชาด
 
 
 
 
 
แล้วก็ปั่นออกสู่ถนนใหญ่มุ่งหน้าสู่สถาบันถัดไป :)
 
 
 
จบตอนที่ 3
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป......
 
 
ป.ล. 1 ขอบคุณภาพถ่ายจากคุณหมอสุกมล และ อ.สงกรานต์ ครับ -/\-
 
ป.ล. 2 สำหรับนิสิต นศ. ที่รักการปั่นจักรยาน
 
ในวันที่ 14-15 สิงหาคมนี้

จะมีการจัดอบรมเกี่ยวกับการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน
โดยทาง a day และ โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) 
มีชื่องานว่า....
 
Active Campus Network

ซึ่งเ
ป็นโครงการที่มุ่งส่งเสริมให้
นิสิต/นศ.ในมหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมรณรงค์
ส่งเสริมการใช้จักรยานในมหาวิทยาลัย
 
Active Campus Network มีกลุ่มเป้าหมาย
ในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา
 
กว่า 12 แห่งทั่วประเทศ 
 
โดยจะจัดที่จุฬาฯ ตามสถานทีในใบประกาศครับ

หากสนใจ?
ลองสอบถามรายละเอียดจาก
 
 
 
กลุ่มกิจกรรมองค์การนิสิต/นศ. 
ชมรมจักรยานภายในมหาลัยของท่านครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก
 
 

 

edit @ 24 Jul 2014 16:48:46 by SammieChinmai

edit @ 24 Jul 2014 16:49:55 by SammieChinmai

edit @ 24 Jul 2014 16:50:35 by SammieChinmai

Comment

Comment:

Tweet