ตอนที่ 3 - มธ. ท่าพระจันทร์ - ศิลปากร - จุฬาฯ 
 
--------------------------------------------

12 July 2014

ตื่นเช้าขึ้นมา อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน
ใส่เสื้อ เมื่อวานใส่ชุดเก่งเสื้อลายขวางขาวเทา
ส่วนวันนี้ใส่เสื้อ Hat Yai Critical Masss สีเขียว

จัดเตรียมของเรียบร้อย ก็เตรียมออกครับ
เข็นจักรยานลงมา แล้วเช็คอาการถ้วยแกนล้อบิ่น

มันบิ่นมากจนแบบคิดว่าไม่น่าจะไหว 
พอตอนจะยัดกลับดันทำลูกปืนหล่นหายไปไหนไม่รู้
แถมที่ร่ม ไม่ค่อยมีแสง มันกลมกลืนไปกับรอยจาระบี 

หาไม่เจอครับ

สุดท้ายจึงใช้วิธีแก้ปัญหาแก้ขัดไปก่อนโดยการ

"ยัดเศษกระดาษแทนให้แน่น"

อุดไว้เพื่อแก้ล้อส่ายไปในตัวด้วย

รู้ทั้งรู้ว่ามันปั่นแล้วหนืดมากกว่าปกติ
แต่คำนวณเส้นทางช่วงแรกใกล้ๆ 
ไป แถวๆ มธ.ท่าพระจันทร์ / ม.ศิลปากร
แล้วก่อนปันไปจุฬาฯ ค่อยไปหาร้านอะไหล่เปลี่ยนแล้วกัน 
 
 
 
ช่วงแรกกะจะปั่นรอบเกาะรัตนโกสินทร์ครับ
ได้แผนที่ที่ขอจากพี่แนนเมื่อวันก่อนมา

ก็เล็งๆ ดูๆ ว่าจะไปตรงนู้นตรงนี้
แต่เนื่องจากว่าเสียเวลาไปกับการซ่อมล้อไป 1 ชม.
ทำให้เหลือเวลาเที่ยวน้อยเหลือเกิน

ตอนแรกสุดก็ปั่นเส้นถนนพระอาทิตย์ 
ผ่านป้อมพระสุเมรุ
 
 
 
 
 
 
มีเลนจักรยานอยู่ เช้าๆ รถน้อย เพราะเป็นวันหยุดยาว :)
 
 
 

แล้วไปตัดออกทางไหนแล้วจำไม่ได้เแล้วเข้าไปปั่นวนในสนามหลวง
 


พอเข้าสนามหลวงแล้วผมปั่นวกกลับไปมา ไม่ได้ปั่นเป็นรอบๆ
ปั่นไปได้พักนึง ขอเก็บภาพฉากหลังวัดพระแก้วหน่อยแล้วกัน
 
 
 
 

จากนั้นก็ใกล้หมดเวลา ก็ปั่นไป Cafe Velodome ครับ
 
 
 
สังเกตได้ว่าถนนสนามหลวง ฟาก มธ. ท่าพระจันทร์ จะมีเลนจักรยานอยู่ด้วย 
 งั้นก็เข็นจูงข้ามถนนอีกฟากแล้วปั่นตรงเลนจักรยานแล้วกัน :)
 
 
 
 
~~~ Cafe Velodome #2 ~~~
 

กำหนดการแรก มาที่นี่เผื่อใครอยากจะมาพูดคุยพบปะแลกเปลี่ยนกัน
ก็สั่งคาปูชิโน่เย็น เมนูกาแฟแก้วโปรดแก้วประจำไม่ว่าจะไปที่ไหน

นั่งกินได้สักพักนึง มีนักปั่นที่เป็น idol ของใครหลายๆ คนมาทักทายครับ

ท่านผู้นั้นคือ 

คุณหมอ สุกมล วิภาวีพลกุล
 
 


ถ้าใครเคยดู "ชูรักชูรส" ยุคที่คุณฮาร์ทเป็นพิธีกรมาก่อน
ใช่แล้วครับ คุณหมอเป็นคุณหมอวิทยากรประจำรายการครับ

สำหรับผมคุณหมอสุกมลถือว่า
 
เป็น idol ของ

"ผู้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน"

คุณหมอบอกว่าปั่นจักรยานแม่บ้านญี่ปุ่นจากบ้านมาหาผมโดยเฉพาะ

 
ผมปลื้มมากๆ จนบอกไม่ถูกเลยครับ ^ ^

ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน
 
คุณหมอเล่าว่าใช้จักรยานมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ
มีบางช่วงก็ใช้มอไซค์บ้าง แต่สุดท้ายก็ลงท้ายด้วยจักรยานครับ

คุณหมอเล่าถึงแรงบันดาลใจในการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน
ก็มีคุณฮาร์ท (สุทธิพงศ์) ถือเป็น idol
ถึงแม้ว่าจะเป็นคนจบสูง มีฐานะ แต่ใช้ชีวิตติดดินมาก

คุณฮาร์ทเป็นคนแรกๆ ในเมืองไทย
ที่ใช้จักรยานพับขึ้นบน BTS เมื่อ 10 ปีที่แล้ว
(ตอนนั้้นยังไม่มีกระแสจักรยานเลย)


กลับมาสู่เรื่องของคุณหมอครับ 

จักรยานของคุณหมอมีหลายค้นหลายประเภท
 

แล้วเป็นคนที่รู้จักเลือกใช้จักรยานตามความเหมาะสมของการใช้งานนั้นๆ

ปั่นไปไกลๆ ใช้จักรยานที่มีประสิทธิภาพ มีเกียร์ดีหน่อย

เดินทางไปบรรยายต่างจังหวัดบ่อย ก็หิ้วรถพับไป สะดวกคล่องตัว

ไปที่ทำงานใกล้ๆ ก็ใช้จักรยานแม่บ้านญี่ปุ่นราคาไม่แพง lock กับที่จอดไว้
แล้วไปต่อระบบขนส่งมวลชน สบายใจยามปั่น อุ่นใจยามจอด 
เพราะถึงหายก็ไม่เสียดายมาก ( อันนี้ผมเติมเอาเอง  :) )
 
 
ข้างๆ จักรยานสีแดงของผม เป็นจักรยานแม่บ้านญี่ปุ่นของคุณหมอครับ
คันเบาะสีดำนะครับ  ไม่ใช่สามล้อ :)

 
 
 

จากนั้นก็คุยแลกเปลี่ยนกัน คุณหมอก็โชว์ภาพจักรยานแปลกๆ ให้ดู
บางภาพผมถึงกับเงิบไปเลยครับ 55555

จากนั้นก็ขอถ่ายกับจักรยานเป็นที่ระลึก
 
 
 
 
 
พี่ที่ร้าน Cafe Velodome ครับ :)
 
 
 
คุณหมอกับจักรยานเดี่ยวๆ :)
 
 

ถ่ายเสร็จคุณหมอก็ลอง test drive ของผม
คือเนื่องจากสภาพมันโทรมมากจริงๆ เลยถึงกับพูดออกมาประมาณว่า

นี่คุณขี่ไปได้ไงเนี่ย? บังคับยากมากๆ

คือสภาพตอนนั้นโทรมมากจริงๆ 
ทั้งล้อหลัง ระบบเบรค อาน แถมบันไดหลวมอีก

ผมก็ลอง test drive จักรยานแม่บ้านญี่ปุ่นของคุณหมอดูบ้าง
เป็นแม่บ้านเกียร์ดุม ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่า 6 speed ก็ปั่นลื่นดีครับ
เบาะนุ่ม แต่อาจจะไม่ชินที่ผมไม่ได้ขี่จักรยานประมาณแฮนด์ตรงนานแล้ว


เพราะผมชินกับแม่บ้านคู่กายที่แฮนด์ออกแนวสูงๆ คล้ายๆมอไซค์ช้อปเปอร์

จากที่ test drive ได้พักนึง อ.สงกรานต์ ก็เข้ามาพอดี 
เลยคุยกันออกรสออกชาติมากขึ้นตามภาษาคนรักจักรยาน 
 
 

สุดท้ายก่อนจาก คุณหมอก็เลี้ยงแซนวิซ 1 จาน

ขอบคุณคุณหมอที่มาคุยพบปะแลกเปลี่ยนกันครับ
มีโอกาสหวังว่าคงได้เจอกันอีก ไม่ในบางกอกก็หาดใหญ่ครับ :)


 
~~~ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ~~~
 

หลังจากที่อาจารย์สงกรานต์มา ก็คุยติดลมเพลินไปหน่อย
เลยทำให้กำหนดการนัดที่ผมนัดไว้บริเวณลานปรีดีฯ ช้าไปหน่อย

ผม กับ อ.สงกรานต์ ก็ปั่นไปจุดนัดพอคือที่ลานปรีดีฯ

ไม่เจอใครแม้แต่คนเดียวครับ

ก็อย่างที่เคยบอก มี 2 สมมุติฐาน

1.มารอแล้วไม่เจอเลยกลับก่อน
2.ไม่มีใครมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

จริงๆ แล้วรู้งี้น่านัดที่ Cafe Velodome ทีเดียวไปเลย
ถึงเวลาก็ออกปั่นทัวร์ใน มธ. น่าจะดีกว่ามารอหน้าลานปรีดีฯ 
เพราะช่วงสายๆ อากาศร้อนนิดนึง

เมื่อไม่มีใครก็ถ่ายรูปกันเองแล้วกันครับ
 
 
 
 
 
 
ถ่ายเสร็จก็ซ่อมเบรคหลัง ใส่สายเบรคกลับ
อ.สงกรานต์ ก็ช่วยซ่อมด้วย

ซ่อมเสร็จ ก็ออกปั่นทัวร์ใน มธ. นิดหน่อยครับ
 
 
 
สนามกีฬา มีโดมอยู่เป็น background :)
 
 
 
 
ตราประจำมหาวิทยาลัย :)
 
 
 
รั้วมหาลัย นอกจากมีหอประชุมใหญ่แล้ว มีปื่นใหญ่ด้วย :)
 
 
 
สำหรับระบบจักรยานใน มธ. ท่าพระจันทร์
เนื่องจากว่าใช้เวลาปั่นสำรวจนิดเดียว 
 
จึงทำให้ไม่สามารถห้คะแนนประเมินได้ครับ
 
 
 

 ~~~ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ~~~
 

จะว่าไปทั้ง มธ. ท่าพระจันทร์ และศิลปากร วังท่าพระ
ผมเคยมาขนหนังสือหนีน้ำท่วมตอนช่วงปี 54

แต่ ม.ศิลปากร ผมเข้าไปแค่หอสมุดอย่างเดียว
ไม่ได้เข้าสำรวจภายในมหาลัยอะไรมากแบบ มธ.

วันนี้มาอีกครั้ง ก็ถือโอกาสเข้าไปสำรวจดู
 
 
 
ที่นี่จุดนัดอยู่หน้าหอสมุด

ผมกับ อ.สงกรานต์ ก็มาใกล้ๆ เวลานัด
 

"ก็ไม่เจอใครแม้แต่คนเดียวเหมือนเดิม"
 

แต่ก็ไม่ซีเรียสครับ :)

ตอนมาหอสมุดครั้งแรกผมก็ไม่ได้สังเกตสังกาอะไรมาก

พอ อ.สงกรานต์บอกว่าเห็นต้นไม้เป็นรูปหัวใจ :)

ผมก็เลยลองดู 
 

เฮ้ย...ใช่จริงๆ ด้วย :)
 
 
 
 
 
พอรอไปได้พักนึง จนรู้ชัวร์ว่าไม่มีใครมาแน่ๆ แล้ว
จึงปั่นทัวร์ในมหาลัย

ตอนแรก อ.สงกรานต์ พาปั่นออกนอกมหาลัย
เพื่อจะเดินทาง