ตอนที่ 6 - สนามเขียวสุวรรณภูมิ - Velodrome -
 
--------------------------------------------


13 July 2014

โทรเช็คสถานที่กับเจ้าภาพที่รอต้อนรับ
บอกให้รอที่ Bus terminal
ผมก็ OK แล้วปั่นบนสะพาน
 
อีกไม่กี่โลก็ใกล้ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
เห็นตัวอาคารกับหอบังคับการยู่ลิบๆ
 
ทำให้ผมสงสัยว่าจะเข้าไปทางไหนล่ะเนี่ย?

เห็นตัวอาคารมาแต่ไกล
แถวอยู่บนสะพานอีกไม่รู้ว่าจะให้ปั่นเข้าไปข้างในได้หรือเปล่า?
 
 
เลยยกหูโทรศัพท์ถามเพื่อความชัวร์สรุปว่าจุดที่ผมปั่นมา
 
เป็น Passenger terminal
ซึ่งเป็นคนละจุดกับ Bus terminal T_T

จากนั้นก็บอก
 
ให้รออยู่บนสะพานนั้นแหล่ะ เดี๋ยวจะขับรถเข้าไปรับ

รอสักพัก เจ้าภาพที่ว่าก็ขับรถกระบะขึ้นมาพอดี :)
 
ชื่อ "คุณกอล์ฟ" ครับ
 
แกเป็นเภสัชกร แต่ชอบการปั่นจักรยาน
แกติดตามอ่านกระทู้ที่ผมถ่ายทอดใน pantip
 
แล้วอยากเจอแล้วติดต่อกันทั้งทาง Twitter และ Facebook
พอผมประกาศมาบางกอก แถมเป็นเจ้าถิ่นอยู่ในลาดกระบังอยู่แล้ว
 
เลยขอเป็นเจ้าภาพคนลาดกระบังมาต้อนรับ :)
 
 
คุณกอล์ฟมากับเพื่อนท่านนึง ที่สนใจปั่นจักรยาน เลยลากมาปั่นที่สนามเขียวซะเลย
ระหว่างทางก็พูดคุยถึงวีรกรรมแต่ละ trip ของผมให้ฟัง
 
เนื่องจากตอนปั่นมากินแต่น้ำ
ไม่ได้เติมพลังอะไรเลยคุณกอล์ฟ
เลยเป็นเจ้าภาพเลี้ยงข้าวให้ครับ
 
 
เป็นร้านเป็ดย่างน้ำแดง
ก็สั่งพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ
 
ผมก็รีบเติมพลังงาน เพราะหิวจัดกำลังดี
กินเสร็จเรียบร้อยก็ไปมุ่งหน้าไปส่งที่สนามเขียวสุวรรณภูมิครับ
 
 
ถ้าจากระยะทางที่ผมหลงมา 
ถ้าจะปั่นไปสนามเขียว
 
ต้องปั่นออกไปอีกถ้าจำไม่ผิด ก็ประมาณไม่ต่ำกว่า 10 km
แต่นี่ได้รถของคุณกอล์ฟมา ก็ช่วยร่นระยะเวลาไปได้

และสุดท้ายก็ถึงสนามเขียวประมาณ 10 โมง

พอส่งถึงที่เสร็จแล้ว ก็ค่อยนัดเจอกันแถวลาดกระบังอีกที

จากนั้นจึงปั่นเข้าสู่ถนนสีเขียว
 
 
 
~~~ สนามเขียว สุวรรณภูมิ ~~~
 
 
มีด่านตั้งข้างหน้าผมจึงถามว่าต้องวางบัตรอะไรหรือไม่

เค้าบอกว่าปั่นได้เลยครับ :)
 

จากนั้นก็จัดไป 1 รอบครับ
 

ช่วง 10 km แรกเป็นความรู้สึกที่
 
ฟินมากๆ ลัลล้าสุดๆ

 
ถึงแม้ว่าช่วง 10 โมง แดดจะแรงหน่อย แต่ก็ไม่แรงมาก
มีคนมาปั่นบ้างประปรายครับไม่เยอะจัดเหมือนตอนเช้า
 
 
มีครอบครัวพาลูกพาเด็กเล็กๆ มาปั่นด้วย
 
10 โมง แดดเปรี้ยงๆ 
แถมระยะทาง 20 กว่าโลเนี่ยนะ?
 
ผมเลยตั้งคำถามไว้ในใจว่า
 
"เฮ้ย...แบบนี้มันเหมาะหรือไม่เหมาะเนี่ย?"
 
 
เพราะถ้าหากจักรยานมีปัญหาจะทำยังไง?
จักรยานมีปัญหาแล้วยังพอเข็นได้
แต่เข็นกลางแดดเปรี้ยงๆ 10 โมง 
 
มันน่าอภิรมย์มั้ย?
 
 
ถ้าเด็กๆ เกิดเป็นลมเป็นแล้ง
หรือมีปัญหาบาดเจ็บช่วงครึ่งทางแล้ว
เป็นตอนกลางแดดร้อนๆ แล้วไม่มีร่มไม้ใบบังด้วย?
 
 
มันเหมาะหรือ?
 

ก็ได้แต่คิดอยู่ในใจ

ผมก็ปั่นไปเรื่อยๆ
 
ไม่เร่งอะไรมาก แต่อัดสั้นๆ บ้าง
บางช่วงมีเสือหมอบแซงผมไปเรื่อยๆ
ทักทายแล้วพูดชูนิ้วโป้งชมกันไป :)
 
 
แล้วช่วงครึ่งท้าย
 
 
เมฆมาครึ้มหนักขึ้น
ปั่นไปซักพัก ฝนลงเม็ด

อ่าว...ชิบหายแล้วตรู!!!

แต่ก็ตกไม่นาน แป๊บเดียวเอง :)
 
แล้วช่วงครึ่งท้ายก็กินลมที่สวนมาไปพอสมควร
แต่วันนี้น่าจะโชคดีหน่อยที่ลมไม่แรงนัก

ปั่นจนครบ 1 รอบ
ก็ขอชักภาพที่ระทึกหน่อย :)
 
 
 
อันนี้สถิติจาก Endomondo ครับ :) 
 

 
 
 
 
 
ความเร็วเฉลี่ยเกิน 20 km/h ยังอยู่ในมาตรฐาน :)
 
 
จากนั้นก็ซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่กินแล้วก็ปั่นไปหาที่ร่มพัก

ทักทายเสือ-กลุ่มหนึ่ง
เป็นเสือวัยกลางคน (ไม่กล้าเรียก สว. อิอิ...)
 
ก็สนทนาพูดคุยกันไป

จากนั้นก็กินหวานเย็นแถวๆ นั้นอีก 1 ถ้วย
แม่ค้าอัธยาศัยดีมากๆ เลย :)
 
จากนั้นทดลองไปเช็คเรตติ้งนิดๆ
 
เอาจักรยานไปจอดใกล้ๆ ทีมปั่นขาแรงทีมนึง
 
ก็ไม่ได้มี feedback อะไร
 
 
คือไม่สนใจอะไรเลย 
 
คงจะออกแนวขาแรงครับ
ขาแรงคุยแต่ทีมขาแรงกันเอง

ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร
 
เพราะเข้าใจว่าคนละทาง คนละแนวกัน 
แต่ก็คิดแง่บวกว่าอย่างน้อยก็ดีที่ไม่มีเหยียดอะไรกระผม :)
 
 
พอกินหวานเย็นเสร็จแล้วก็ปั่นไปลาดกระบังครับ :)

ก็ออกจากสนามเขียว 
ปั่นเลียบถนนสายที่จะไป Bus Terminal (จุดนัดตอนแรก)
 
เริ่มลังเลเส้นทาง
ก็โทรถามหน่อยดีกว่า
 
ถึงไฟแดงแล้วเลี้ยวเข้าสู่โซนลาดกระบัง
แล้วคุณกอล์ฟก็ยกมือตอนที่ผมปั่นเลี้ยวผ่านแยก
 
จากนั้นก็ปั่นไกด์นำทางไป...

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ก่อนหน้านั้น อ.สงกรานต์ ได้ไปทัวร์พักใหญ่หลายชั่วโมงแล้ว
โดยจักรยานของอาจารย์เป็นเป็นรถพับ
 
สามารถขนขึ้น Airport Link มาลงลาดกระบังได้เลย
สะดวกมากๆ :)
 
ในขณะที่จักรยานแม่บ้านตัวเต็มแบบกระผมนั้นไม่สามารถทำได้ T_T

แล้วอาจารย์ก็แจ้งข้อความมาว่าเดี๋ยวกำลังจะออกไป Velodrome
 

พอผมถึงลานพระจอมก็รีบโทรหาอาจารย์
บอกให้รอถึงลานพระจอมก่อนนิดนึงแล้วค่อยปั่นไปครับ :)
 
 

~~~ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ~~~
 
 
สิ่งแรกที่ผมเข้าตรงร่มไม้บริเวณลานพระจอม
 
มดแดงเต็มไปหมด
 
แต่มีไต่ขาบ้างนิดหน่อย

ตอนแรกกะว่าผมจะปั่นเข้าไปทัวร์ข้างใน
แต่เนื่องจากเสียเวลากับการตื่นสาย + ปั่นหลง
 
ทำให้ไม่มีเวลาที่จะอยู่ต่อ

สุดท้ายจึงทำได้เพียงแค่

 
ถ่ายรูปกับพระรูป ร.๔ ครับ

 
ดังนั้นจึงไม่ต้องถามว่าระบบจักรยานที่นั่นจะให้เกรดอะไร
 
เพราะผมไม่ได้สัมผัส 
จึงไม่สามารถให้คะแนนประเมินได้ครับ
 

-----------------------------------------
 
จากนั้นคุณกอล์ฟ เจ้าถิ่นลาดกระบัง
 
ได้วางแผนเส้นทางแล้วนำทางผมกับ อ.สงกรานต์
ปั่นไปที่ Velodrome หัวหมากครับ
 
น่าจะเข้าช่วงบ่ายแล้วตอนนั้น
 
แดดร้อนเปรี้ยงๆ
 
ปั่นไปเรื่อยๆ ไต่สะพานพอเป็นกระษัย
ปั่นเลนซ้ายเส้นทางคู่ขนาน
ปั่นได้สักพัก ผมก็ถามคุณกอล์ฟว่าพอจะมีร้านน้ำแถวนี้มั้ย
 
ถ้ามีขอให้ช่วยจอดหน่อย เพราะน้ำเริ่มไม่พอ

พอถึงร้านอาหารริมทางก็ซื้อน้ำเตรียมไว้
 
ปั่นออกได้สักพัก
 
 
ผมเริ่มมีอาการคล้ายๆ จะหน้ามืดร่างชาๆ
เหมือนมีไฟฟ้าช็อตตัวแบบอ่อนๆ
 
เลยตัดสินใจ หยุดที่ร้านข้างทางอีกร้านนึง
อาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนผมนอนน้อยด้วย
 
แล้วอาการคล้ายๆ เหมือนกับขาดเกลือแร่
ตอนนั้นมีน้ำอัดลมอยู่ 1 ขวด เป็น EST รสประมาณสไปรท์
 
คุณกอล์ฟเลยแนะนำว่า
 
ให้ซื้อเกลือมาใส่นิดๆ 
ให้เติมพอเป็นเกลือแร่หน่อยๆ น่าจะดีขึ้น
 
ทำให้คิดถึงตอนเด็กเวลาที่กินสไปร์ทแล้วใส่เกลือ
ประมาณนั้นเลย :)

พักจนร่างเริ่มหายชา แล้วก็ปั่นไปต่อครับ 
ปั่นจนเข้าแถวๆ บริเวณหัวหมากหัวหมาก
 
ซอยอะไรไม่รู้ เยอะแยะตาแป๊ะไปหมด
 
 
ผมมองดูไกลๆ แล้วบ่นในใจว่า...
 

เมื่อไหร่จะเห็นสนามราชมังคลาฯ ซะทีวะ?
 

ปั่นไป บ่นทั้งในใจทั้งพูดบ่นออกมานิดๆ

สุดท้าย ใช้เวลาปั่นไปพักใหญ่ก็ถึงเขตสนามกีฬาหัวหมากครับ
 
 
แต่ก็ยังไม่เจอ Velodrome T_T
 
 
ก็ปั่นวนหาอยู่พักนึง  
วนไป 1 รอบแล้วไม่เจอ

พอจะดูแผนผังตัวหนังสือดันเลือนหมด - -"
 
 
จนเห็นยาม ก็เลยเข้าไปถามยามบอกอยู่อีกฝั่งนึง
จนสุดท้ายก็ปั่นหาเจอจนได้ครับ :)


 
~~~ Velodrome (สนามกีฬาหัวหมาก) ~~~
 
 
ตอนจะเข้าไป ความรู้สึกแรกของผมคือ

"กุจะโดนยามไล่มั้ยวะ?"

พอเข้าไปหน้าประตู ก่อนถึงจะมีป้ายคำเตือนครับ

อืม... 
 
 
 

รถพับ, เสือภูเขา หรือแม้แต่ จักรยานแม่บ้าน
ไม่อยู่ใน list ต้องห้าม ก็แสดงว่าเข้าได้ :)

จากนั้นก็ยกจักรยานเข้าไปข้างใน
 
ก็เจอยามครับสอบถามว่าจะเข้ามาปั่น ได้หรือไม่ 
 
ยามก็ยินดีให้เข้าไปปั่นได้เลย
อาการก็ไม่ได้มีห้ามหรือหวงอะไรเลย
 
 
ผมอึ้งไปเลย อะไรจะง่ายขนาดนั้น!!!

 
คือ อุตส่าห์พาตัวมากจากใต้ขึ้นบางกอกแล้วตั้งใจมาที่นี่
ถ้าเจอแบบห้ามปั่นนี่คงเป็นอะไรที่ Fail มากๆ 
 
แต่นี่กลับตรงข้ามกัน 
แถมรู้สึกดีมากเป็นพิเศษอีก :)
 

ช่วงก่อนปั่น
 
จักรยานคุณกอล์ฟมีปัญหาเรื่องตัว disc break
เวลาปั่น break มันกิน ต้องออกแรงมากกว่าปกติ
 
(นี่ขนาดออกแรงมากว่าปกติยังปั่นฉิวขนาดนี้)
 
อาจารย์สงกรานต์เลยเช็ค
แล้วจัด setting ให้ล้อลื่นขึ้นจนเป็นที่น่าพอใจระดับนึง
 
 
 
ก่อนลงสนาม
คุณกอล์ฟยังเกร็งๆ ว่าจะลงไม่ลง
 
แต่อาจารย์สงกรานต์กล่อมเข้าประมาณว่า
 
"อุตส่าห์ปั่นมาถึงนี่แล้ว น่าลองซะหน่อยนะ"
 
คุณกอล์ฟ ก็เลยเปลี่ยนใจ
ลองยกจักรยานลงมาทดสอบในสนามดู
 
 

วินาทีที่ผมลงสนาม Velodrome
ความรู้สึกคือเหมือนจริงๆในใจประมาณ
 
สนามนี้มีกลิ่นไอจิตวิญญาณของการต่อสู้
 
จิตวิญญาณของนักกีฬา 
นักกีฬาทีมชาติหลายๆ คนเคยปั่นและยืน ณ ที่นี่
 
ไม่ว่าจะรุ่นเก๋าในตำนาน
หรือนักกีฬารุ่นใหม่
 
ก็ต้องมาที่จุดๆ นี้กันแทบจะทั้งนั้น
 
 
แล้วนี่ผมมายืนตรงจุดๆ นี้ 
ถึงแม้แค่แวะมาทดลองปั่นเอง
 
ความรู้สึกคือมัน Grand 
มันอลังการแทบจะขนลุกจริงๆ 
 
 

จากนั้นก็ลองปั่นดู...
 
คือทั้งสนามปั่นกัน 3 คน 
คงเป็นเพราะช่วงบ่ายใกล้แก่ๆ แถมเป็นวันหยุดยาว
 
คนก็เลยไม่ค่อยมาซ้อม
 
 
ความรู้สึกเหมือนได้ยึดสนามเลย ประมาณนั้น :)

เริ่มซัดเข้าโค้งขึ้นจุด slope สูงสุดเลยครับ
ตอนขึ้นไม่เท่าไหร่
 
แต่ตอนลง...
 
ผมไม่กล้าปล่อยลงพรวดครับ
 
ค้างติ่งอยู่ตรงนั้น ขาสั่นไปหมด
 
เชี่ย....เสียวชิบ!!!
 
 
 
จากนั้นก็ตั้งสติ...
 
เข็นจักรยานเลี้ยงเบรคลงช้าๆ 
ค่อยๆ เลี้ยงอย่างระมัดระวัง
 
พอลงมาถึงจุดข้างล่างตั้งหลักได้แล้ว

คราวนี้ก็อัดแมร่งเลยยยยย!!!
 


ถึงช่วงตอนซัดโค้งปั่นเทคตัว
แล้วใช้ความลาดเอียงแรงเฉื่อยเป็นตัวส่งแรง 
 
เป็นอะไรที่มันส์มากๆ
 
แต่ผมปั่นซัดโค้งแค่ให้พอผ่านเส้นขาวไปครึ่งนึง
แล้วค่อยปล่อยเทลาดลง
 
ไม่กล้าปั่นขึ้นจุดสูงสุดแล้ว ไม่อยากเสียวอีกรอบสอง - -"

 
คุณกอล์ฟลองดูบ้าง :)
 

 
ปั่นไปได้ประมาณ 2 - 3 รอบ 
ก็พอหอมปากหอมคอครับ :)
 
 
 
 
ในใจคิดเล่นๆ...
ถ้ามีสนาม Velodrome ปั่นเล่นในหาดใหญ่คงเป็นอะไรที่มันส์ไม่น้อยเลย
 
อารมณ์ประมาณเทโค้งกันสนุก :)


จากนั้นก่อนออกจาก Velodrome 
 
ยามก็แนะนำให้ปั่นรอบลานทางขึ้นชั้น 2
รอบสนามราชมังคลาฯ
 
ซึ่งโดยปกติทั่วไป
 
เค้าจะไม่ค่อยให้เข้าไปปั่นวนเล่น

ก็ปั่นวนได้สักพักนึง
ไม่กล้าวนหลายๆรอบ กลัวโดนยามด่า

ก่อนจากสนามกีฬาหัวหมาก
 
ก็ได้วางแผนเส้นทางปั่น 
 
พร้อมแจ้งทางกลุ่ม ม.เกษตรฯ บางเขน
ว่าอาจจะเข้ามาถึงช้าหน่อย
 
 
แล้วคุณกอล์ฟก็ปั่นนำทางไปส่งช่วงนึง ก่อนที่จะแยกจากกัน

จากนั้นผมกับ อ.สงกรานต์ ก็ปั่นมุ่งหน้าต่อ
 
เพื่อไปยัง 
 

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
 
 
จบตอนที่ 6 ....
โปรดติดตามตอนต่อไป
 
 

ป.ล. ขอบคุณคุณกอล์ฟ เจ้าถิ่นลาดกระบัง
สำหรับรถกระบะที่บรรทุกพาไปส่งสนามเขียว
เจ้าภาพเลี้ยงอาหารโหลดคาร์โบก่อนออกปั่น
และช่วยปั่นนำทางผมและอาจารย์สงกรานต์ใน trip นี้ครับ :)
 
ป.ล. 2 ขอบคุณภาพช่วง Velodrome จาก อ.สงกรานต์ ครับ
 
 

edit @ 4 Aug 2014 08:55:46 by SammieChinmai

Comment

Comment:

Tweet