ตอนที่ 8 - Mission (in)complete
 
--------------------------------------------


14 July 2014
 
เนื่องเมื่อวานปั่นตากฝนกลับมา
พอตื่นเช้าร่างกายเริ่มไม่ค่อยจะแจ่ม
 
คำนวณร่างกายตัวเอง...
 
ว่าจะสามารถปั่นไปสถาบันฝั่งรังสิตตามกำหนดการเดิมได้หรือไม่
 
ที่วางแผนไว้มี 2 ที่ คือ
 
 
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต
 
และ
 
สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) 
 

 
 
ซึ่ง มธ. รังสิต เท่าที่ผมได้ยินมา
 
มีจุดเด่นเรื่องระบบกายภาพให้เหมาะสมกับการใช้จักรยานในมหาลัย
แล้วศูนย์มีจักรยานให้เช่า (คล้ายๆ ม.มหิดล ศาลายา)
 
มีโครงที่เป็น Gimmick คือ
 
"โครงการจักรยานคันแรก"
 
(ล้อชื่อไปตามโครงการรถคันแรกของรัฐบาลยุคก่อนหน้า)
 
ปี 1 ซื้อจักรยานมาใช้งานในมหาลัย ได้เงินคืนจำนวนนึง
(แบบซื้อรถยนต์แล้วได้รับค่ายกเว้นภาษี ประมาณนั้น)
 
 
ส่วน...
 
 
สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)
 
มีจุดเด่นที่ผมได้ยินมา คือ
 
คนส่วนใหญ่ในมหาลัยใช้จักรยานในการสัญจรเป็นหลัก
 
แถมใช้จักรยานมาเป็น 10 ปีแล้ว
 
 
"ใช้ก่อนมีกระแสจักรยานบูมเสียอีก"
 
 
จึงเป็นที่มาว่าทำไมผมจึงจัดกำหนดการทัวร์ 2 มหาลัยนี้
 
 
แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ผมมองว่า
ปั่นไปกลับจากที่พักไปรังสิต มันก็ไม่ใช่ใกล้ๆ เท่าไหร่
 
มัน 50-50 อยู่นะ
นี่ต้องเผื่อแรงเดินทางกลับอีกนะ
 
ขั้นแรกผมเลยตัดสินใจว่าอาจจะนั่งรถเมล์ไป
แต่ด้วยไม่ได้ทำการบ้านตรงนี้มาละเอียดพอ
 
ประกอบกับ ถ้าผมไปถึง มธ.รังสิต แล้ว
ถ้าไม่มีใครพาทัวร์
 
หรืออย่างน้อยๆ ต้องมีจักรยาน
 
คนพาทัวร์นี้ไม่ซีเรียส
 
 
แต่ถ้าไปตัวเปล่าแล้วหาจักรยานทัวร์ข้างในไม่ได้
 
 
การเดินทางมาครั้งนี้ก็เป็นการเดินทางมาเก้อ!!!
 
 
จึงตัดสินใจขั้นสุดท้าย...
 
 
 
ยกเลิกการทัวร์สถาบันแถบรังสิต!!!!
 
 
 
 
แล้วเปลี่ยนกำหนดการไปนั่งที่ Cafe Velodome แทนครับ :)
 
 
 
นั่งเรื่อยๆ เผื่อใครมาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยน
มาไม่มาผมก็ไม่ซีเรียสอะไร
 
ถือว่านั่งชิลๆ พักร่างกายไปในตัว
 
 
พอใกล้หมดเวลากำหนดการ...
ผมจึง Message ไปหาน้องคนนึง
 
ซึ่งเป็นน้องที่อยู่สำนักพิมพ์ a book
 
ว่าประมาณเที่ยงๆ บ่ายๆ อาจจะเข้าไปหา
แต่น้องเค้าไม่อยู่ office ช่วงนั้น กะว่าจะเข้ามาช่วงบ่ายๆ
 
ก็ OK เจอก็ดีไป ไม่เจอก็ไม่เป็นไร :)
 
จนสุดท้ายหลังจาก Cafe Velodome
 
ผมก็ตัดสินใจ
 
 
ไปเหยียบถิ่น "a day"
แบบไม่ได้วางแผนล่วงหน้าครับ :)

 
ขั้นแรกก็ปั่นจักรยานกลับที่พักก่อน
แล้วค่อยใช้บริการระบบขนแทนครับ 
 
 
ตอนแรกก็วางแผนว่าจากที่รามบุตรี จะไปต่อ BTS พญาไทยังไงดี?
 
ตอนแรกถามตุ๊กๆ
โดนราคาเข้า 150 บาท
 
ผมขอบายๆ เซย์กู๊ดบายครับ
 
หรือเพราะเห็นผมใส่เอี๊ยม
แล้วแถมหน้าผมคล้ายคนญี่ปุ่นหรือเปล่านะ?
 
เลยคิดราคาแบบพิเศษ (แพงเป็นพิเศษ)
 
จากนั้นก็เล็งๆ ดูมอไซค์รับจ้างปากซอยนึง
 
ตอนแรกบอก 100 บาท
แต่ผมต่อรองสุดท้ายได้ 80 บาท
 
ตกลงราคาก็บึ่งจากละแวกรามบุตรีไปยัง BTS พญาไท
 
 
ครั้งนี้ถือว่าเป็นการนั่งวินมอไซค์ในบางกอกครั้งแรกในชีวิต

สิ่งนึงที่ผมนับถือวินในบางกอก คือ...
 
ทักษะในการขับทำเวลายอดเยี่ยมมาก
เจอรถติด ทั้งมุด ทั้งแทรก ลัดทางนู้น ตัดทางนี้ คล่องมากๆ
 
 
Skill ถือว่าเทพจริงๆ \m/
 
 
บางคนอาจจะหวาดเสียวหน่อย
แต่สำหรับผมที่ต้องทำเวลาถือว่าพอใจมากๆ ครับ
 
 
มาถึง BTS พญาไท แล้วก็ขึ้นไป
นั่งไปแล้วจำไม่ได้ลงที่สถานีอะไร
 
จำได้แต่ว่าต้องไปต่อ Airport Link แล้วลงที่สถานีมักกะสัน
 
นี่ก็เป็นครั้งแรกอีกที่ได้ขึ้น Airport Link :)
พอเข้าไปแล้วหยอดเหรียญได้เหรียญไปแตะประตู
 
ได้อารมณ์เหมือน MRT เลยแฮะ
 
พอขึ้นบนชานชาลาทาง ก็รอเรื่อยๆ
พอขบวนเทียบก็เข้าไป
 
พอถึงสถานีมักกะสันแล้ว....
 
ยังไม่ถึงครับสำนักพิมพ์ครับ
เพราะสำนักพิมพ์อยู่แถวๆ ซอยศูนย์วิจัยอะไรซักอย่าง
 
ก็ต้องอาศัยพี่วินต่อครับ
คราวนี้ขอ 50 บาท
 
แม่เจ้าาาาาาา
 
นี่โดนค่าวินมอไซค์ขาไปขาเดียว 130 บาท T_T 
 
 
แต่พี่วินบางกอกก็ skill เทพ ครับ
ทั้งมุด ทั้งแทรก ทั้งตัด ทำเวลาได้ดั่งใจมากๆ
 
จนสุดท้ายก็ถึงสำนักพิมพ์ประมาณ เที่ยงกว่าๆ
 
 
ลงจากวิน
 
พี่ยามกับ messenger
ก็ทักทายต้อนรับเป็นอย่างดี :)
 
พี่ยามเห็นผมเดินทางมาเหนื่อยๆ ถึงกับบริการเสริฟน้ำให้ :)
จากนั้นผมก็บอกว่า ผมมาจากหาดใหญ่
 
จะมาเยียมทีม a book
 
เพราะตอน a book ล่องใต้ ก็มาเยี่ยมหาดใหญ่
แต่คราวนี้ผมถือว่ามีเยี่ยมทีม a book กลับบ้าง
 
แบบที่ชมรมจักรยเพื่อสุขภาพฯ มาเยือนหาดใหญ่
แล้วทางทีมหาดใหญ่ต้อนรับ
 
ผมมาบางกอก ทางชมรมฯ ก็บอกว่าคราวที่แล้วหาดใหญ่ต้อนรับ
คราวนี้ขอต้อนรับทีมหาดใหญ่กลับบ้าง :)
 
แต่กับเหล่าทีม a book
 
ผมมาถูกที่แล้วครับ...
 
แต่ดันมาผิดเวลาว่ะ !!!!
 
 
ก็ทีมเค้าพักเที่ยงกันครับ
 
 
แต่ผมก็ไม่ซีเรียสอะไรมาก
 
มาเหยียบแล้ว ถือว่าได้มาเยือนถิ่นคืนแล้วล่ะ :)
 
แล้วความตั้งใจผมที่มาที่นี่คือ
 
 
มาซื้อ a day Human Ride
ฉบับย้อนหลังครับ :)
 
ผมก็ติดต่อ counter ว่าจะซื้อ
แต่คนส่วนใหญ่ก็ไปพักเที่ยงกัน
 
ก็ติดต่อประสานงาน แล้วแจ้งรอสักครู่
 
ระหว่างรอ....
 
ผมก็หยิบแผนที่มาวางแผนเส้นทางปั่นจากที่พักไปยังหัวลำโพง
 
 
โยงนู้น โยงนี่ พูดคนเดียวพึมๆ พำๆ ไปเรื่อย
 
จนในที่สุด มี 1 ในทีม a book ที่เพิ่งทานข้าวเสร็จเข้ามาทักทาย :)
ต่างคนต่างคงจะจำไม่ได้ว่าใครเป็นใคร
 
ผมจำได้ว่าเป็นทีม a book
เพราะใส่เสื้อทีมเป็นเสื้อลายขวางขาว-ดำ แบบทางม้าลาย
 
แต่เค้าคงจะอาจจำผมไม่ได้
เพราะผมไม่ได้ออกตัวว่าผมเป็นใคร
แค่บอกว่ามาจากหาดใหญ่ มาเยี่ยมทีม a book  :)
 
จากนั้นไม่นาน.....
 
 
ก็มีพี่คนนึงรีบถือหนังสือที่สั่งมาให้อย่างหอบ!!!
 
"เห็นว่าจะรีบกลับ เลยรีบไปหาในโกดังแล้วรีบจัดให้"
 
 
โอ๊ย...
 
รู้สึกผิดขึ้นมาในบัดดลที่มาใช้บริการตอนพักเที่ยงแบบนี้ T_T
 
 
 
จากนั้นก็ขอบคุณ แล้วกล่าวลา
 
 
คราวนี้ พอขากลับนี่สิ...
 
ซอยเข้ามาก็ลึก รถก็ไม่ค่อยได้เข้ามาถี่ๆ
 
จะทำไงดี?
 
 
ถาม messenger ประจำสำนักพิมพ์
ก็บอกว่าหารถลำบากหน่อย
 
ผมรออยู่พักนึงพี่แกก็บอกกับผมว่า...
 
 
"พี่ๆ รอแป๊บนึงนะ" 
 
 
จัดแจงรีบปลดหนังสือที่บรรทุกอยู่ท้ายเบาะมอไซค์ออก
 
แล้วก็บอกผมประมาณว่า
 
 
มา เดี๋ยวผมไปส่งให้ :)

 
แม่เจ้า....
 
น้ำตาแทบไหลพรากๆ T_T

 
จากนั้นก็บึ่งจากสำนักพิมพ์ไปยัง Airport Link มักกะสัน
 
ผมก็ถามชื่อพี่เค้า 
 
ได้ความว่าพี่เค้า "พี่ไก่" ครับ :)
 
พี่แกเป็น messenger ประจำสำนักพิมพ์
พอเลิกเสร็จจากงานก็มารับจ๊อบเป็นวินต่อ :)
 
ระหว่างทางผมก็ถามเรื่องค่าวินจากที่พักมาพญาไท
พี่ไก่บอกว่า 80 บาท เป็นราคากลางๆ ที่ไม่แพงเกินไป
 
จากนั้นพี่แกก็พูดโปรยๆ ถึงงาน a day bike fest
ปีที่จัดผ่านมาที่ Airport Link มักกะสัน
 
แล้วก็ถือโอกาสเชิญชวนมางานในปีนี้ครับ :)
 
ซึ่งผมก็แบ่งรับแบ่งสู้ว่าปีนี้จะมาหรือไม่มา
ความจริงคือผมก็อยากมานั้นแหล่ะ
 
แต่อาจจะมีปัจจัยอะไรซึ่งอาจจะทำให้ผมมาได้หรือไม่ได้
 
 
สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับชะตาฟ้าลิขิตแล้วกัน :)

 
 
 
พอถึง Airport Link แล้ว ผมก็ขอบคุณพี่เค้า
แล้วรีบขึ้นขบวน แต่สุดท้ายก็
 
 
 
เชี่ยเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!
กุขึ้นไม่ทัน T_T
 
 
 
ต้องรอขบวนถัดไปมา
 
ซึ่งต้องเสียเวลารออีก 15 นาที
 
อารมณ์ตอนนั้นคือ...
 
 
กุรีบโว้ยยยยยยย...
เมืื่อไหร่กว่าจะมาาาาาา
 
เดินวนไปวนมา กระสับกระส่าย อยู่ไม่สุข
 
 
เชี่ย....เมื่อไหร่จะมา เมื่อไหร่จะมาๆๆๆๆๆ  - -"
 
เวลาผ่านไป 1 นาที
แต่อารมณ์มันเหมือนผ่านไป 5 นาที
 
จนพอถึงเวลา รถไฟถึง ก็รีบเข้าอย่างว่อง
ลง Airport Link แล้วต่อ BTS ลงพญาไท
 
แล้วต่อไปก็กลับที่พัก
 
สุดท้ายก็หนีไม่พ้นพี่วินครับ

แต่เที่ยวนี้ขอร้อยนึง
ต่อไม่ได้บาทเดียว
 
เนื่องจากผมรีบ เลยตอบตกลงไป
Skill พี่วินก็ไม่ทำให้ผมผิดหวัง
 
สุดท้ายก็พามาจนถึงที่พักครับ :)
 
 
จากนั้นก็รีบจัดแจงกระเป๋า
แล้ว check out ออกจากที่พัก
 
เพื่อปั่นไปสถานีรถไฟหัวลำโพง 
 
 
ตอนแรกก็ปั่นไปตามเส้นทางวางแผน
แต่ปั่นไปท่าไหนไม่รู้ ดันเข้าถนนเจริญกรุง
 
ซึ่งสภาพการจราจรช่วงบ่ายแดดเปรี้ยงๆ ตอนนั้นคือ
 
ขออนุญาตนะครับ...
 
รถติดเหี้ยๆ ครับ T_T

 
ก็ปั่นประคอง เลียบๆ เคียงๆ เลนซ้ายไปเรื่อยๆ
 
 
สิ่งที่ผมไม่เข้าใจอย่างนึงคือ
 
ถนนไม่ได้กว้างอะไร
แต่ทำไมรถเมล์ถึงกระจุกวิ่งเส้นนี้จังวะ?
 
คือมันเยอะเกินความจำเป็น
เยอะจนระบายไม่ทัน
 
รถยนต์จอดติดแหง่กๆ

แต่จักรยานสามารถปั่นลัดเลาะ
ซอกแซก เข้าซอยตัดเบี่ยงลัดได้


ถึงแม้ว่าอากาศร้อน
แต่สามารถแซงรถยนต์ที่ติดแหง่กไม่ขยับเขยื่อน

มันเป็นอะไรที่ฟินมากๆ เลยล่ะ :)


ปั่นฝ่าการจราจรไปเรื่อยๆ ตั้งหลักหาทางไป ถ.พระราม 4 ให้เจอ
เพราะถ้าเจอทางไป ถ.พระราม 4 ก็เป็นสัญญาณว่าใกล้ถึงหัวลำโพง :) 

และในที่สุดก็ฝ่าการจราจรมาถึงสถานีหัวลำโพง :)

 

Mission (in)complete :)

 


 

จากนั้นก็ไปทำเรื่องเสียค่าระวาง
เสียประมาณ 110 หรือ 120 บาท (จำไม่ค่อยแม่น)

พนักงานบอกว่า

ถ้าเอาขึ้นโบกี้ต้องขนขึ้นเอาเอง

แต่ตอนขาลง ผมแจ้งไปว่าขอให้พนักงานยกลงนะ
แล้วก็เสียเงินอีก ไม่แน่ใจว่า 20 หรือ 30 แล้วจำไม่แม่น

จากนั้นก็เข็นจักรยานขึ้นโบกี้ที่อยู่ฟากหน้าสุด
จัดแจงผูกให้แน่นหนากันจักรยานเคลื่อนสะเทือน

จัดการจักรยานเสร็จ ก็จัดการหาซื้อของกินในสถานีตุนไว้
จากนั้นก็หาที่นั่งบนรถไฟ

ขาไปทรมาณกับชั้น 3


ขากลับขอนอนชั้น 2 พัดลมแล้วกัน :)


ระหว่างที่รอขบวนออกจากสถานีนั้น

มี "พี่ปอจากแก๊งค์ DG" ตามมาส่งครับ :)

เร่งมาอย่างด่วน กระเตงลูกชายมาด้วย
ตอนแรกกลัวว่าจะไม่ทัน

แต่ในที่สุดก็ทันครับ :)

แล้วก่อนจากก็มอบของที่ระลึก

เป็น....


ลำโพงแขวนจักรยาน
ขนมไว้โหลดคาร์โบระหว่างเดินทางกลับครับ :)

 

ขอบคุณมากๆ เลยครับ ซึ้งมากๆ T_T

พอรถออกจากสถานีก็....


บ๊ายบายยยยย
หวังว่าคงจะได้เจอกันอีก :)

 
 
 
ตอนนั่งรถไฟ มีลุงท่านนึงนั่งอยู่ข้างหน้าผม
ผมก็ทักทายกันไป แต่พอทักทายเสร็จ
ต่างคนก็ต่างมีโลกส่วนตัว
 
จนกระทั่งผมเริ่มสนทนาก่อน
 
ถามว่าลุงลงที่ไหน
ลุงก็ตอบไปว่าลงสถานีควนเนียง :)
 
ผมก็เล่าเรื่องของผมว่าผมลงหาดใหญ่
พาจักรยานมาปั่นทัวร์ในบางกอก ไปเจอนู้นนี่ บลาๆๆๆ
 
หลังจากนั้นลุงก็ตอบกลับมาประมาณว่า
 
 
"นี่ลุงก็ปั่นจักรยานเหมือนกันนะ"
 
 
คราวนี้ก็คุยกันถูกคอตามภาษาคนปั่นจักรยาน :)
 
 
คุยได้พักใหญ่ๆ
ผมก็หยิบหนังสือ "แค่ (ลา) ออกมาปั่น" ของพี่แนนให้
 
แล้วก็เล่าว่า
ไปบางกอก ไปขอลายเซ็นเจ้าของหนังสือมา
 
ลองอ่านดูได้ครับ :)
 
 
ลุงก็ลองอ่านดู
 
ดูท่าทางแล้วตั้งใจอ่านมาก
เหมือนโดนมนต์สะกด
 
อ่านจนใกล้จะค่ำ
ใกล้เวลาที่พนักงานเริ่มจัดเปลนอน
 
สุดท้ายก็อ่านแบบม้วนเดียวจบ
 
 
ได้รับ comment กลับมาว่า
 
"หนังสืออ่านสนุกมากๆ อ่านเพลินดี"
 
 
จากนั้นก้ถึงเวลาค่ำ
เจ้าหน้าที่จัดแจงปูเตียงนอนแล้ว
 
ผมนอนอยู่ชั้นบน
 
ใส่เสื้อเอี๊ยม แถมเป็นชั้นพัดลม
ตอนแรกร้อนมากๆ แทบเหงื่อออกเลย
 
แต่พอปรับตัวเข้ากับอากาศได้แล้วคราวนี้ก็ Ok
 
ก็จัดแจงอ่านหนังสือ
 
คืนนี้มีให้เลือกหลายเล่มเลยแฮะ
 
 
อ.ธงชัย จากชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพฯ มี 4 เล่ม
a day Human Ride 3 เล่ม
ของพี่แนนอีก 1 เล่ม
 
อ่านจนพอง่วงนอนเข้าที่ สุดท้ายก็หลับไป
 
 
--------------------------------------------


15 July 2014
 

เช้าแล้วยังนอนอยู่บนรถไฟ
นอนเรื่อยๆ


จนพนักงานมาจัดมาจัดที่เหมือนบังคับกลายๆ ให้ต้องตื่นนอน

 

ก็ล้างหน้าแปรงฟัน 

จำไม่ได้แล้วว่ามื้อเช้าทานอะไรไป

 

รู้แต่เพียงว่า จะถึงหาดใหญ่ในวันนี้แหล่ะ :)


แต่ก่อนถึงหาดใหญ่
ลุงที่นั่งด้วยกันก็ลงที่สถานีควนเนียง

 

ก็กล่าวลากันไป :)

 

จากนั้นก็รออีกไม่กี่สถานี ก็ถึง

 

สถานีชุมทางหาดใหญ่

 

ถึงซะที
คงจบเกมแล้วมั้ง....

 

แต่ยังไม่จบ!!!!

 

 

คือเนื่องจากว่าผมใช้บริการให้พนักงานขนจักรยานลงสถานี

คือแบบจอดลงสถานีนานแล้ว


รอนานมาก
ทำไมจักรยานไม่มาซะทีวะ????

 

ร่างกายก็ล้าๆ แถมอารมณ์ตอนนั้นเซ็งมากๆ เซ็งสุดๆ


ผมก็แถวๆ ไปที่โต๊ะเจ้าหน้าที่ขนของ

เดินวนไปเวียนมา เดินแบบทำหน้าเซ็งๆ
ตอนนั้นผมใส่หมวกกันน็อคจักรยาน

เดินทำหน้าเซ้งๆ เดินไปเดินมาแถวๆ นั้นแหล่ะ

พนักงานแกก็พูดถามภาษาอังกฤษใส่ประมาณ
 

You find your bicycle?


เห็นหน้าผมแล้วคิดว่าเป็นคนญี่ปุ่นสินะ?

อ่าห์...

เห็นหน้ากุเป็นคนญี่ปุ่นดีนัก
งั้นใช้ความที่หน้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เป็นประโยขน์

ผมก็เนียนครับ


ตอบกลับไปว่า Yes

แล้วก็ได้คำตอบกลับมาว่า

"Wait a munite"

เนียนได้ผลแฮะ ฮ่าๆๆๆๆ :P

จากนั้นรถไฟออกจากสถานีไม่นาน จักรยานก็มาพอดี
ก่อนออกก็ต้องเสียค่าเข็นอีก 20 บาท (ดีที่คิด rate ไทย)

ผมก็ยังเนี่ยนๆ ไป

ตอบ Thank youๆ :)

 

จากนั้นผมก็เข็นจักรยานออกไป


เป็นอันว่ากลับถึงหาดใหญ่อย่างเป็นทางการแล้วครับ :)

 

 


ร่างกายผมเพลียมาก
ก่อนปั่นกลับที่พัก ขอนอนพักเอาแรงที่ร้านกาแฟแห่งนึงก่อน

พอเรี่ยวแรงมา ผมก็ปั่นกลับที่พักอย่างปลอดภัย :)

 

----------------------------------------------------------------------------------------------

 

จบ trip แล้ว แต่ประสบการณ์ที่ได้เยือนบางกอกด้วยจักรยานครั้งนี้


เป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมากๆ


ได้ประสบการณ์อันมีค่า ได้ทั้งมิตรภาพกลับมา

แถมได้แรงบันดาลใจ
ได้แนวคิดหลายๆ อย่าง

ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะผมเพียงคนเดียว
ผมเลยนำมาถ่ายทอด เล่าสู่กันฟัง

ถึงเวลาอันสมควรแล้ว
คงต้องขอจบเรื่องราวการเดินทางบางกอกครั้งนี้

ขอบคุณทุกๆ ท่านที่ให้เกียรติติดตามอ่าน

ไม่ว่าจะอ่านนิดอ่านหน่อย
หรือติดตามตลอดทุกตอนจนถึงตอนจบ

 

ขอบคุณมากๆ ครับ -/\-

 

 

 

 

 


 

 

SammieChinmai   :)


 

 

--------- The End ---------


ป.ล. ขอบคุณของที่ระลึกและภาพประกอบจากพี่ปอ DG ครับ :)


 

edit @ 13 Aug 2014 17:34:58 by SammieChinmai

edit @ 13 Aug 2014 17:36:56 by SammieChinmai

Comment

Comment:

Tweet